รายงาน WorldRiskReport 2024 ซึ่งจัดทำโดยมหาวิทยาลัย Ruhr University Bochum และ Bündnis Entwicklung Hilft เปิดเผยว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 5 ประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติสูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะจากน้ำท่วมและพายุ โดยไทยมีค่าดัชนีความเสี่ยงโลก (WorldRiskIndex) สูงถึง 43.78 คะแนน จากคะแนนเต็ม 100 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 10.5 คะแนนอย่างมาก
ปัจจัยที่ทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูง
รายงานระบุว่า ปัจจัยหลักที่ทำให้ไทยมีความเสี่ยงสูง ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น การขยายตัวของเมืองที่ขาดการวางแผน และระบบเตือนภัยที่ยังไม่ครอบคลุม โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ ความเปราะบางทางสังคมและเศรษฐกิจ เช่น ประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงถึง 12 ล้านคน และการพึ่งพาภาคเกษตรกรรมที่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศ ก็เป็นปัจจัยสำคัญ
ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า “รายงานนี้สอดคล้องกับข้อมูลของเรา ที่พบว่าพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความเสี่ยงสูงสุด ต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและระบบเตือนภัยล่วงหน้าเพื่อลดความเสียหาย”
อันดับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค
นอกจากไทยแล้ว ประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดอันดับสูง ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (อันดับ 1) อินโดนีเซีย (อันดับ 3) และเมียนมา (อันดับ 4) โดยฟิลิปปินส์มีค่าดัชนีสูงสุดที่ 52.34 คะแนน เนื่องจากต้องเผชิญกับพายุไต้ฝุ่นบ่อยครั้ง
ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วอย่างสวิตเซอร์แลนด์และเดนมาร์กมีความเสี่ยงต่ำที่สุด โดยมีค่าดัชนีต่ำกว่า 3 คะแนน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบป้องกันภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคม
ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล โดยในปี 2566 เพียงปีเดียว ไทยสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจจากน้ำท่วมและพายุมากกว่า 1.5 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 1% ของ GDP นอกจากนี้ ยังส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารและการย้ายถิ่นฐานของประชากร
นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า “รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยเฉพาะการสร้างระบบชลประทานและแหล่งกักเก็บน้ำให้มากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมการปลูกพืชที่ทนต่อน้ำท่วม”
ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ
ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การสหประชาชาติ (UN) แนะนำให้ไทยเพิ่มการลงทุนในระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่เชื่อมโยงกับชุมชน การปรับปรุงผังเมือง และการให้ความรู้แก่ประชาชนในการรับมือกับภัยพิบัติ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้ ควรมีการประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอและปรับปรุงแผนรับมือให้ทันสมัย เพื่อลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินในอนาคต
รายงาน WorldRiskReport 2024 นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อรับมือกับความท้าทายจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงขึ้น หากไม่มีการปรับตัวอย่างเร่งด่วน ความเสี่ยงและความเสียหายจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง



