เครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพจัดเสวนา พ.ร.บ.อากาศสะอาด ย้ำสิทธิประชาชน
เครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพจัดเสวนา พ.ร.บ.อากาศสะอาด ย้ำสิทธิประชาชน

เครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพได้จัดเสวนาเรื่อง 'มาตรการที่ห้ามปัดตกใน พ.ร.บ.อากาศสะอาด' ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ กลไกระดับจังหวัด และกองทุนอากาศสะอาด ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งระบบเพื่อคุ้มครองสิทธิในการหายใจอากาศสะอาด

หลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า หลักสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดคือ 'อากาศสะอาดเป็นสิทธิของประชาชน' ทุกคนมีสิทธิที่จะสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และผู้ก่อมลพิษจะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น รัฐบาลมีหน้าที่ดูแล กำกับ และควบคุมแหล่งมลพิษอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม สภาลมหายใจเชียงใหม่มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความพยายามที่จะลดทอนสาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์บางกลุ่มและเพิ่มภาระการลงทุน นายชัชวาลย์ย้ำว่าภาคประชาชนจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งหลักการสำคัญของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความคืบหน้าและแนวโน้มการพิจารณา

รองศาสตราจารย์คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมเครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ยืนยันร่างกฎหมาย 31 ฉบับ รวมถึง พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยรัฐสภาได้นัดประชุมร่วมสองสภาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายที่ค้างอยู่

รองศาสตราจารย์คนึงนิจกล่าวถึงสองฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ ได้แก่ ฉากทัศน์แรก ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะเดินหน้าต่อไป หรือฉากทัศน์สอง คือร่างอาจถูกปัดตก ซึ่งจะต้องเริ่มยกร่างใหม่ หากร่างกฎหมายผ่านการพิจารณา จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เครือข่ายอากาศสะอาดยังคงยืนยันสาระสำคัญในร่างฯ เช่น การดูแลผู้ได้รับผลกระทบ กลไกคณะกรรมการระดับจังหวัด กองทุน การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และการส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ภาคประชาชนจะติดตามและยื่นหนังสือถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้เห็นความสำคัญของกฎหมายนี้

มุมมองจากสมาชิกวุฒิสภา

นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดอยู่ในวาระสองชั้นแปรญัตติของวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภากำลังพิจารณาอยู่ และได้ดำเนินการไปแล้วครึ่งทาง หากการประชุมรัฐสภาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ไม่ให้ความเห็นชอบ ร่างกฎหมายก็จะเป็นอันยุติ แต่ถ้าให้ความเห็นชอบ วุฒิสภาจะพิจารณาต่อโดยคณะกรรมาธิการชุดเดิม 27 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากคณะรัฐมนตรี 3 คน ภาคประชาชน 9 คน และตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา 15 คน โดยจะพิจารณาให้ครบทุกมาตราภายในกรอบ 60 วันตามรัฐธรรมนูญ

นายประหยัดกล่าวว่า ล่าสุดวิป 3 ฝ่ายได้หารือกันเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม โดยวันที่ 15 พฤษภาคมจะใช้เวลาประชุมรัฐสภา 9 ชั่วโมง โดยวุฒิสภาได้โควตา 1 ชั่วโมง 30 นาที กระบวนการในวันดังกล่าวจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพียงแค่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับ โดยไม่มีการลงรายละเอียดเนื้อหา นายประหยัดประเมินว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดน่าจะได้รับความเห็นชอบ เนื่องจากประเมินท่าทีจากวุฒิสภาและรัฐบาลแล้วไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม เมื่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในคณะกรรมาธิการอาจมีความเห็นแตกต่างจากร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในหลายมาตรา ซึ่งอาจนำไปสู่การแก้ไขและอาจต้องตั้งกรรมาธิการร่วมของสองสภา

ประเด็นที่ต้องติดตาม

นายประหยัดกล่าวถึงประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความสมดุลระหว่างสิทธิในอากาศสะอาดกับผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่เห็นว่ากฎหมายควรคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมีบทลงโทษผู้ประกอบการที่อาจกระทบต่อภาคธุรกิจ ซึ่งกรรมาธิการวุฒิสภาอาจเสนอแก้ไข

ประเด็นที่สองคือโครงสร้างของคณะกรรมการ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่มองว่าคณะกรรมการระดับชาติและระดับจังหวัดอาจมีมากเกินไปและซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น จึงอาจเสนอให้ปรับลดหรือปรับเปลี่ยน เช่น เดิมอำนาจเป็นของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธานระดับจังหวัด แต่ในชั้นวุฒิสภาอาจปรับเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด

ประเด็นที่สามคือขอบเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในร่างของสภาผู้แทนราษฎรค่อนข้างให้อำนาจท้องถิ่นจัดการตัวเองแบบเบ็ดเสร็จ แต่ในชั้นวุฒิสภาอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียด

สิทธิในอากาศสะอาด

นายประหยัดย้ำว่าประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเกาะติดคือ 'สิทธิในอากาศสะอาด' ตามมาตรา 6-11 ในร่างฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ก้าวหน้าโดยใช้หลักสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน ไม่แยกมิติสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สิทธิของประชาชนรวมถึงสิทธิในการดำรงชีวิตในอากาศสะอาดที่ไม่กระทบต่อสุขภาพ ไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และไม่ส่งผลเสียต่อการประกอบอาชีพ รวมถึงสิทธิของกลุ่มคนเปราะบางที่จะได้รับการคุ้มครองในการหายใจ การดำรงชีวิต การตรวจสุขภาพ และการดูแลรักษา

ส่วนการป้องกันแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน มีแนวทางการจัดการป่าเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งอาจขัดกับสิทธิในอากาศสะอาด โดยเฉพาะผลเสียต่อการประกอบอาชีพในพื้นที่ป่า การปรับเปลี่ยนการเกษตรที่ไม่ก่อมลพิษทางอากาศและไฟป่าต้องพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อไม่กระทบต่อการใช้ไฟจัดการเชื้อเพลิง

กลไกระดับจังหวัดและกองทุนอากาศสะอาด

อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กลไกระดับจังหวัดในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะระบบการสั่งการแบบ Single Command ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกพื้นที่เหมือนกัน การมีกลไกระดับจังหวัดทำให้เกิดการกระจายอำนาจในการจัดการ เช่น การจำแนกแหล่งกำเนิดมลพิษ การกำหนดเขตเฝ้าระวัง และการรวบรวมข้อมูลในแต่ละพื้นที่ บทบาทของกรรมการจังหวัดยังรวมถึงการบูรณาการหน่วยงานในจังหวัดและระหว่างจังหวัด รวมถึงการบูรณาการงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการวิชาการในจังหวัดในการแจ้งเตือนและแก้ปัญหา

อาจารย์ไพสิฐกล่าวถึง 'กองทุนอากาศสะอาด' ว่าปัญหาฝุ่นมักถูกมองเป็นปัญหาเฉพาะฤดูกาล แต่วิธีการงบประมาณแบบเดิมที่หน่วยงานตั้งงบประมาณเองในแต่ละปีและไม่มีการบูรณาการ ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตั้งงบประมาณล่วงหน้า 2 ปีไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินในปี 2569 กองทุนจะช่วยให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยืดหยุ่นและตรงจุดมากขึ้น

บทสรุป

ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะถูกบรรจุเข้าประชุมรัฐสภาเพื่อรับรองพร้อมกับกฎหมายอื่นอีก 31 ฉบับ หากผ่านการรับรอง ยังต้องติดตามในชั้นกรรมาธิการวุฒิสภาว่ากฎหมายฉบับนี้จะยังคงสาระสำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่นในภาคเหนือที่กระทบสิทธิการหายใจของประชาชนหรือไม่ หรือจะแก้ปัญหาเพียงตามฤดูกาลฝุ่นเท่านั้น

รายงาน: โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ