เกิดเหตุสุดสะเทือนขวัญในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เมื่อพบซากทารกแรกเกิดถูกทิ้งอยู่ในท่อระบายน้ำบริเวณถนนพหลโยธิน ใจกลางเมืองโคราช สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านที่พบเห็นเป็นอย่างมาก
รายละเอียดเหตุการณ์
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบซากทารกในท่อระบายน้ำบริเวณใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง โดยที่เกิดเหตุเป็นท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ลึกประมาณ 1.5 เมตร มีน้ำขังอยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้อุปกรณ์พิเศษในการเก็บกู้ซากทารกขึ้นมา
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นทารกเพศหญิง มีสายสะดือติดอยู่ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 1-2 วัน โดยยังไม่ทราบสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด ขณะที่แพทย์นิติเวชจะทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
การสืบสวนของตำรวจ
พ.ต.อ.สมชาย ใจดี ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาตัวผู้กระทำผิด โดยได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียง และสอบปากคำพยานที่พบเห็นเหตุการณ์ รวมถึงตรวจสอบประวัติการคลอดบุตรในโรงพยาบาลใกล้เคียง
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่า น่าจะเป็นแม่วัยรุ่นที่คลอดบุตรแล้วไม่ต้องการเลี้ยงดู จึงนำมาทิ้งในท่อระบายน้ำเพื่ออำพราง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในสังคมไทย สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการขาดความรู้เรื่องเพศศึกษาและการคุมกำเนิด
ข้อกฎหมายและบทลงโทษ
การทิ้งทารกหรือทำให้ทารกเสียชีวิตถือเป็นความผิดอาญาร้ายแรง โดยมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 294 ฐานทำให้เด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ตกอยู่ในอันตราย หรือละทิ้งเด็กไว้ในที่เสี่ยงอันตราย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากทารกเสียชีวิตอาจเข้าข่ายฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 15-20 ปี
ด้านนักสังคมสงเคราะห์เรียกร้องให้สังคมให้ความสำคัญกับการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาอย่างถูกต้อง และสนับสนุนให้มีศูนย์รับเลี้ยงเด็กหรือสถานรับเลี้ยงดูชั่วคราวสำหรับแม่ที่ประสบปัญหา
ปฏิกิริยาจากสังคม
เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวบ้านที่พบเห็นซากทารก หลายคนแสดงความเสียใจและหวังว่าตำรวจจะติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็ว
นอกจากนี้ ยังมีเสียงเรียกร้องจากองค์กรด้านเด็กและสตรีให้รัฐบาลเพิ่มมาตรการช่วยเหลือแม่วัยรุ่นและครอบครัวที่ประสบปัญหา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีกในอนาคต



