งานก็ต้องปั่น เดดไลน์ก็จ่อคิว! สุขภาพจิตของ "พนักงานออฟฟิศ" คือเรื่องที่ละเลยไม่ได้ ไทยรัฐออนไลน์สรุป 5 เทคนิคการจัดการความเครียดด้วยตัวเองแบบง่ายๆ ที่จะช่วยให้คุณบาลานซ์ชีวิตและการทำงานได้อย่างลงตัว พร้อมรับมือกับทุกอุปสรรคอย่างมีความสุข
5 วิธีจัดการความเครียดด้วยตัวเอง ฉบับพนักงานออฟฟิศ
ความเครียดในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องไกลตัว และหากปล่อยไว้นานอาจนำไปสู่ภาวะ Burnout Syndrome หรือโรคซึมเศร้าได้ สำหรับสาวออฟฟิศที่มีเวลาน้อย การรู้วิธีจัดการความเครียดด้วยตัวเองคือ "ทักษะสำคัญ" ที่จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากมรสุมงาน
1. เทคนิค 4-7-8 สยบความตื่นตระหนก
เมื่อรู้สึกว่างานเริ่มล้นจนหายใจไม่ทั่วท้อง ให้ลองใช้วิธีการหายใจแบบ 4-7-8 สูดลมหายใจเข้า 4 วินาที, กลั้นหายใจ 7 วินาที และผ่อนลมหายใจออกยาวๆ 8 วินาที ทำซ้ำ 3-4 ครั้ง จะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและทำให้สมองเย็นลงอย่างรวดเร็ว
2. บริหารเวลาด้วยกฎ Pomodoro
ความเครียดมักเกิดจากการจดจ่อกับงานนานเกินไป ลองใช้สูตร ทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที เพื่อให้สมองได้พักเบรกสั้นๆ เดินไปจิบน้ำหรือยืดเส้นยืดสาย ลดความเสี่ยงการเกิดออฟฟิศซินโดรมควบคู่ไปกับการลดความเครียด
3. ปรับโต๊ะทำงานให้เป็น Comfort Zone
สภาพแวดล้อมมีผลต่อจิตใจอย่างมาก ลองหาต้นไม้เล็กๆ เช่น พลูด่าง หรือน้ำมันหอมระเหยกลิ่นที่ชอบมาวางไว้ รวมถึงการเก็บโต๊ะให้สะอาดจะช่วยลดความรู้สึกวุ่นวายในจิตใจ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
4. ฝึกปฏิเสธให้เป็น
หนึ่งในต้นเหตุความเครียดของพนักงานออฟฟิศคือการตอบตกลงรับงานทุกอย่าง การฝึกปฏิเสธงานที่เกินกำลังด้วยความสุภาพจะช่วยให้คุณมีเวลาจัดการงานหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดความกดดันที่เกินจำเป็น
5. Digital Detox หลังเลิกงาน
เมื่อก้าวเท้าออกจากออฟฟิศ ควรตั้งขอบเขตระหว่างงานกับชีวิตส่วนตัว ปิดการแจ้งเตือนแอปพลิเคชันทำงาน และให้เวลาตัวเองได้ทำสิ่งที่ชอบโดยไม่มีหน้าจอมาแทรกแซง เพื่อให้สมองได้ชาร์จพลังอย่างเต็มที่
การจัดการความเครียดด้วยตัวเองไม่ได้หมายถึงการละทิ้งความรับผิดชอบ แต่คือการ "รักตัวเอง" ให้มากพอที่จะสร้างสมดุลให้ชีวิตทำงาน เพราะพนักงานที่เก่งที่สุดคือพนักงานที่มีสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง



