นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2568 จนถึงปัจจุบัน มีรายงานผู้เสียชีวิตจากภาวะฮีทสโตรก หรือโรคลมแดดแล้ว 30 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัว
สถิติผู้เสียชีวิตจากฮีทสโตรก
ข้อมูลจากกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ระบุว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 40-60 ปี โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงสุด รองลงมาคือภาคกลางและภาคเหนือ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
นายแพทย์ธงชัยอธิบายว่า ฮีทสโตรกเกิดจากร่างกายไม่สามารถระบายความร้อนได้ทันเมื่ออยู่ในที่ร้อนจัด ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40 องศาเซลเซียส ส่งผลให้อวัยวะต่างๆ ทำงานล้มเหลว ปัจจัยเสี่ยง ได้แก่ การทำงานกลางแจ้ง การออกกำลังกายหนักในที่ร้อน การดื่มแอลกอฮอล์ และการมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง
อาการที่ควรสังเกต
- ตัวร้อนจัด เหงื่อไม่ออก
- ผิวหนังแดงแห้ง
- ปวดศีรษะ หน้ามืด
- คลื่นไส้ อาเจียน
- หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว
- สับสน ชัก หมดสติ
วิธีการป้องกัน
- หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดจัด โดยเฉพาะช่วง 11.00-15.00 น.
- สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศได้ดี
- ดื่มน้ำบ่อยๆ อย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร
- หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน
- หากต้องทำงานกลางแจ้ง ควรหยุดพักในที่ร่มเป็นระยะ
การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
หากพบผู้มีอาการฮีทสโตรก ให้รีบนำเข้าที่ร่มหรือที่ที่มีอากาศถ่ายเท ปลดเสื้อผ้าที่รัดแน่น ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามข้อพับต่างๆ เช่น คอ รักแร้ ขาหนีบ และรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็ว
นายแพทย์ธงชัยย้ำว่า ฮีทสโตรกเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที ดังนั้นประชาชนควรดูแลสุขภาพและสังเกตอาการตนเองและคนใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนจัด



