พระอัจฉริยภาพสมเด็จพระองค์ภาฯ กับโครงการกำลังใจ
เกือบ 20 ปีแล้วที่โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมไทย เปลี่ยนชีวิตผู้ต้องขังให้มีโอกาสกลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน
จุดเริ่มต้นจากพระราชดำริ
ในปี พ.ศ. 2549 สมเด็จพระองค์ภาฯ เสด็จเยี่ยมทัณฑสถานหญิงกลาง ทรงเห็นปัญหาของผู้ต้องขังหญิงซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และเด็กที่ติดผู้ต้องขัง จึงมีพระดำริให้จัดตั้งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ โดยมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมเป็นหน่วยงานหลักดำเนินการ
ผลสำเร็จที่นำสู่มาตรฐานโลก
ในปี พ.ศ. 2553 ความสำเร็จของโครงการนำไปสู่การยอมรับข้อกำหนดของสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง หรือที่รู้จักกันในชื่อ "Bangkok Rules" ซึ่งเป็นก้าวสำคัญของกระบวนการยุติธรรมไทย และยังขยายผลไปสู่การพัฒนาผู้ต้องขังทุกเพศทุกวัย เน้นการสร้างงานสร้างอาชีพให้สามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพ
ดำเนินงานตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
ต้นน้ำ: ฝึกอบรมและพัฒนาทักษะที่สามารถเลี้ยงชีพได้จริง เช่น ร่วมมือกับกลุ่มอาชีพผ้าปักมือบ้านสันกอง จังหวัดเชียงราย สอนการเย็บและปักผ้า ร่วมมือกับสำนักพัฒนาธุรกิจทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) อบรมทักษะการขายออนไลน์และการเป็นไรเดอร์ สินค้าจากผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาจนได้มาตรฐาน OTOP กว่า 74 รายการ จำหน่ายผ่านร้านและบูธ "Inspire กำลังใจ" สร้างรายได้เฉลี่ยเดือนละ 75,000 บาท ผู้ต้องขังได้รับเงินปันผลเฉลี่ยครั้งละ 500-1,000 บาทต่อคน และเงินปันผลจากกองทุนกำลังใจฯ เฉลี่ยครั้งละ 5,000 บาทต่อเรือนจำ
กลางน้ำ: ยกย่องผู้พ้นโทษที่ประกอบอาชีพสุจริตเป็น "คนต้นแบบ" ปัจจุบันมีมากกว่า 300 คน เชิญมาพูดคุยกับเรือนจำต่างๆ และเป็นวิทยากรในโครงการ "พี่สอนน้อง" เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และแรงบันดาลใจ
ปลายน้ำ: สร้างเครือข่ายเพื่อนช่วยเพื่อน สนับสนุนการฟื้นฟูผู้พ้นโทษ และทดลองจัดตั้งบ้านกึ่งวิถี (Halfway House) รองรับผู้พ้นโทษที่ยังไม่พร้อมกลับสู่ชุมชน
ด้วยพระวิสัยทัศน์อันยาวไกลของสมเด็จพระองค์ภาฯ โครงการกำลังใจได้สร้างมาตรฐานโลกอย่าง Bangkok Rules และยังคงพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง สร้างโอกาส และคืนทรัพยากรมนุษย์กลับสู่สังคมอย่างยั่งยืนตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ



