การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รายงานความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) หรือ "สายสีม่วงใต้" ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2569 ภาพรวมงานโยธามีความก้าวหน้าเฉลี่ยอยู่ที่ 75.90% โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ตามแผนภายในปี 2573 โครงการนี้เป็นหนึ่งในระบบรางสำคัญที่เชื่อมต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าจากฝั่งเหนือสู่พื้นที่ฝั่งใต้ของแม่น้ำเจ้าพระยา
เหตุการณ์สำคัญระหว่างก่อสร้าง
ระหว่างการดำเนินงานก่อสร้าง โครงการเผชิญเหตุการณ์ไม่คาดคิดจากปัจจัยทางวิศวกรรมและภัยธรรมชาติ โดยมีเหตุการณ์สำคัญ 2 ครั้ง ได้แก่ เหตุการณ์พื้นถนนทรุดตัวเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 บริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน ใกล้จุดก่อสร้างทางขึ้น-ลงที่ 4 สถานีวชิรพยาบาล (PP19) และเหตุการณ์น้ำรั่วซึมเข้าอุโมงค์ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 จากฝนตกหนักตามธรรมชาติ ทำให้น้ำรั่วซึมเข้าบ่อรับน้ำใต้อุโมงค์ (Sump Pit) ที่ความลึกประมาณ 30 เมตร บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ในพื้นที่สัญญาที่ 4 (ช่วงสะพานพุทธ - ดาวคะนอง) ส่งผลให้น้ำปริมาณมากไหลเข้าสู่อุโมงค์ก่อสร้าง
ความคืบหน้างานก่อสร้าง 6 สัญญา
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 6 สัญญาหลัก โดยมีความคืบหน้าแต่ละส่วน ดังนี้ สัญญาที่ 1 (ช่วงเตาปูน–หอสมุดแห่งชาติ) คืบหน้า 89.10% ถือเป็นช่วงที่มีความก้าวหน้ามากที่สุด มีการวางโครงสร้างหลักของสถานีและอุโมงค์ใต้ดินไปแล้วจำนวนมาก สัญญาที่ 2 (ช่วงหอสมุดแห่งชาติ–ผ่านฟ้า) คืบหน้า 86.05% อยู่ระหว่างเดินหน้าก่อสร้างโครงสร้างใต้ดินและสถานีอย่างต่อเนื่อง เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญในย่านใจกลางเมือง สัญญาที่ 3 (ช่วงผ่านฟ้า–สะพานพุทธ) คืบหน้า 69.45% เป็นพื้นที่เขตเมืองชั้นในที่ต้องบริหารจัดการพื้นที่ก่อสร้างอย่างรอบคอบเพื่อลดผลกระทบต่อการจราจร สัญญาที่ 4 (ช่วงสะพานพุทธ–ดาวคะนอง) คืบหน้า 74.69% กำลังเร่งก่อสร้างโครงสร้างอุโมงค์และสถานีเพื่อรองรับการเดินทางข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งธนบุรี สัญญาที่ 5 (ช่วงดาวคะนอง–ครุใน) คืบหน้า 54.11% งานก่อสร้างอาคารจอดรถไฟฟ้าและอาคารจอดแล้วจร (Park & Ride) กำลังดำเนินการโครงสร้างหลัก สัญญาที่ 6 (งานระบบรางตลอดแนวเส้นทาง) คืบหน้า 66.25% งานติดตั้งระบบราง โครงสร้างรองรับทางวิ่ง และองค์ประกอบการเดินรถไฟฟ้า
ยกระดับการเดินทางของคนกรุงเทพฯ
โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน–ราษฎร์บูรณะ ถือเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนาดใหญ่ของประเทศ มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เมื่อโครงการแล้วเสร็จจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางของประชาชน ลดปัญหาการจราจรบนถนนสายหลัก และยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของเมืองให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น



