คมนาคมถอดบทเรียนรถไฟชนรถเมล์ 206 เสนอ ครม. ติดตั้งระบบ ATP และ AI คุมจุดตัดทางรถไฟ
คมนาคมชง ครม. ติดตั้งระบบ ATP และ AI คุมจุดตัดทางรถไฟ

นายจิระพงศ์ เทพพิทักษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีอุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณแยกทางรถไฟมักกะสัน ถนนอโศก-ดินแดง เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เดินหน้ากำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุในอนาคต โดยมุ่งเน้นการปิดช่องโหว่ของระบบการบริหารจัดการจุดตัดทางรถไฟที่พบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ พร้อมผลักดันการนำระบบควบคุมรถไฟอัตโนมัติ (Automatic Train Protection - ATP) และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เข้ามาใช้ควบคุมการจราจรและการเดินรถไฟ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการปฏิบัติงานของบุคลากรเพียงอย่างเดียว

การตรวจสอบข้อเท็จจริงและมาตรการป้องกัน

ในการทำงานของคณะกรรมการจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อค้นหาสาเหตุของอุบัติเหตุ และการกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต โดยในส่วนของข้อเท็จจริงนั้น มีบางประเด็นที่ยังอยู่ระหว่างการสอบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม กระทรวงคมนาคมได้รายงานต่อนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว ขณะที่การดำเนินคดีจะเป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อไป

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่เริ่มดำเนินการแล้ว คือ การเพิ่มความเข้มงวดในการประสานงานระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร และกองบัญชาการตำรวจนครบาล ในจุดตัดทางรถไฟทั้ง 19 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อสื่อสารและประสานการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ ขณะเดียวกันยังได้จัดให้มีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ประจำตู้ควบคุมสัญญาณ เพื่อทบทวนขั้นตอนการปฏิบัติงานและเพิ่มความพร้อมในการรับมือเหตุฉุกเฉิน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ชูระบบ ATP และ AI ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดของมนุษย์

นอกจากนั้นยังพบว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า ระบบการบริหารจุดตัดทางรถไฟในปัจจุบันยังพึ่งพาเจ้าหน้าที่ประจำตู้ควบคุมเพียงคนเดียวในการดำเนินการหลายขั้นตอน ตั้งแต่รับรู้ว่าขบวนรถไฟกำลังเข้าสู่พื้นที่ เปิดไฟสัญญาณเตือน ลดไม้กั้น และอนุญาตให้ขบวนรถไฟผ่านทางตัด ซึ่งในสภาพการจราจรปัจจุบันที่มีความซับซ้อนมากขึ้น การให้บุคลากรเพียงคนเดียวรับผิดชอบหลายภารกิจอาจเกิดความผิดพลาดได้

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเร่งติดตั้งระบบ ATP และระบบอัจฉริยะบริเวณจุดตัดทางรถไฟ โดยใช้ระบบตรวจจับขบวนรถไฟล่วงหน้าและเชื่อมโยงกับสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยก เมื่อรถไฟกำลังเข้าสู่จุดตัด ระบบจะสั่งการให้สัญญาณไฟเขียว-ไฟแดงทำงานอัตโนมัติ ควบคุมการเคลื่อนตัวของรถยนต์อย่างเป็นระบบ และลดโอกาสที่รถจะติดค้างอยู่บนทางรถไฟ

“ควรใช้ระบบ ATP มากกว่าปล่อยให้เจ้าหน้าที่คนเดียวต้องรับผิดชอบหลายขั้นตอน เพราะปัจจุบันสภาพการจราจรมีความซับซ้อนมากขึ้น การใช้ระบบอัตโนมัติจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดของมนุษย์” นายจิระพงศ์ กล่าว

สำหรับการดำเนินงานในระยะกลาง กรุงเทพมหานครจะร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทยพัฒนาระบบ ATP ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับสัญญาณไฟจราจรที่อยู่ล่วงหน้าก่อนถึงจุดตัดทางรถไฟ เพื่อบริหารจัดการปริมาณรถยนต์ที่กำลังเข้าสู่พื้นที่ ไม่ให้มีรถสะสมจำนวนมากในช่วงที่ขบวนรถไฟกำลังผ่าน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครยืนยันว่ามีความพร้อมในการดำเนินงานร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดติดตั้งระบบก่อน ก็จะต้องสามารถเชื่อมต่อข้อมูลหรือซิงโครไนซ์ระบบร่วมกันได้ เพื่อให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกันและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

กางแผนยกระดับจุดตัดทางรถไฟ 19 แห่ง

สำหรับมาตรการเร่งด่วน กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ รฟท. กรุงเทพมหานคร (กทม.) และกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มงวดในจุดตัดทางรถไฟทั้ง 19 จุดทั่วกรุงเทพฯ พร้อมจัดซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกันระหว่างตำรวจและเจ้าหน้าที่ประจำตู้ควบคุมสัญญาณ เพื่อเพิ่มความพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน

ระยะกลาง (ภายใน 6 เดือน - 2 ปี)

เร่งผลักดันการติดตั้งระบบ ATP โดยเฉพาะจุดตัดอโศก-เพชรบุรี (จุดเกิดเหตุ) ตั้งเป้าหมายให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือนหรือไม่เกินสิ้นปีนี้ พร้อมมอบหมายให้กรมการขนส่งทางรางประเมินความเสี่ยงเพื่อขยายผลไปยังจุดตัดอื่นๆ ทางด้าน กทม. ยืนยันความพร้อมในการซิงโครไนซ์ข้อมูลสัญญาณไฟจราจรล่วงหน้าเข้ากับระบบของ รฟท. เพื่อบริหารจัดการไม่ให้รถสะสมกีดขวางทางรถไฟ

ระยะยาว

มีเป้าหมายในการลดจำนวนจุดตัดทางรถไฟในเขตเมือง โดยปรับเปลี่ยนเป็นสะพานข้ามทางรถไฟหรืออุโมงค์ลอดแทน ซึ่งสอดรับกับแผนการพัฒนาระบบรถไฟทางคู่ในอนาคต

นายจิระพงศ์ กล่าวว่า ผลการประชุมและข้อเสนอทั้งหมดจะถูกรวบรวมเสนอนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี เพื่อกำหนดเป็นมาตรการระดับประเทศในการยกระดับความปลอดภัยบริเวณจุดตัดทางรถไฟ พร้อมผลักดันการนำระบบ ATP และเทคโนโลยีอัจฉริยะมาใช้ทดแทนการทำงานที่ต้องพึ่งพาบุคลากรเป็นหลัก อันจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำในอนาคต