นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมขับเคลื่อนนโยบายยกระดับความปลอดภัยบนโครงข่ายคมนาคมทั่วประเทศ ควบคู่กับการดูแลเสถียรภาพทางเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพารา ว่า ตนมีนโยบายผลักดันนวัตกรรมและงานวิจัยผลิตภัณฑ์ยางพาราเข้าสู่ระบบทดสอบมาตรฐาน เพื่อใช้งานจริงบนท้องถนน สร้างมาตรฐานใหม่ในการป้องกันและลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน
เหตุผลในการผลักดันนโยบาย
สาเหตุที่กลับมาผลักดันเนื่องจากห่วงใยสวัสดิภาพประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเล็งเห็นศักยภาพนวัตกรรมจากยางพาราธรรมชาติ ซึ่งมีผลวิจัยจากสถาบันชั้นนำ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รองรับอย่างชัดเจน ว่าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัยได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น แผ่นยางครอบกำแพงคอนกรีต (RFB) หรือแบริเออร์ยาง หลักนำทางยางธรรมชาติ (RGP) และแผ่นยางหุ้มราวเหล็ก (RGC) เป็นต้น
คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์
ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีคุณสมบัติโดดเด่นในการดูดซับแรงกระแทกเพิ่มขึ้น 25-45% ลดความรุนแรงของการบาดเจ็บได้ถึง 35-40% และยังมีความนุ่มนวลเป็นมิตรต่อผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ช่วยลดการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุข้างทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการดำเนินงาน
นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า ได้แนะนำให้กรมทางหลวง (ทล.) และกรมทางหลวงชนบท (ทช.) บูรณาการความร่วมมือนำผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากยางพาราเข้าสู่กระบวนการทดสอบมาตรฐานการใช้งานจริงในพื้นที่ทดสอบ เพื่อประเมินความคุ้มค่าและประสิทธิภาพตามหลักวิศวกรรมจราจรขั้นสูง ก่อนขยายผลติดตั้งไปยังจุดเสี่ยงทั่วประเทศ รวมถึงพิจารณาต่อยอดผลิตภัณฑ์อื่น เช่น เนินชะลอความเร็วยางพารา หรือแผ่นยางกันลื่น ให้ครอบคลุมทุกมิติ โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2570
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
หาก ทล. และ ทช. สามารถนำร่องทดสอบมาตรฐานจนนำไปสู่การใช้งานในวงกว้างได้สำเร็จ จะเป็นการสร้างอุปสงค์การใช้ยางพาราภายในประเทศอย่างมหาศาล ส่งผลดีโดยตรงต่อราคายางพารา และยกระดับคุณภาพชีวิตของเครือข่ายสถาบันเกษตรกรแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางพาราไทย โดยเฉพาะสหกรณ์ยางพารากว่า 29 แห่งที่ลงทุนด้านเครื่องจักรไปแล้ว ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้



