รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เผยโฉมรุ่นใหม่ล่าสุด
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมกับพันธมิตรจีน เปิดตัวรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน รุ่นใหม่ล่าสุด ณ งานแสดงสินค้าคมนาคมแห่งชาติ พร้อมเผยโฉมขบวนรถไฟดีไซน์ล้ำสมัยที่ผสมผสานเอกลักษณ์ไทยและเทคโนโลยีจีนอย่างลงตัว คาดว่าจะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี พ.ศ. 2570 โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อกรุงเทพฯ กับหนองคาย ซึ่งเป็นประตูสู่ลาวและจีนตอนใต้
รถไฟรุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน โดยใช้โทนสีอบอุ่นและวัสดุคุณภาพสูง ติดตั้งระบบปรับอากาศอัจฉริยะ ระบบความบันเทิงส่วนตัว และปลั๊กไฟ USB ทุกที่นั่ง มีทั้งชั้นหนึ่ง ชั้นสอง และชั้นสาม รองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,200 คนต่อขบวน
ความโดดเด่นด้านดีไซน์และเทคโนโลยี
หัวรถจักรออกแบบให้มีรูปทรงเพรียวบาง ลดแรงต้านลม พ่นสีขาวสลับแดงและน้ำเงิน สื่อถึงธงชาติไทยและจีน ภายในตกแต่งด้วยลวดลายไทยประยุกต์ เช่น ลายกระหนกและบัวหลวง บนผนังและพรม พร้อมไฟ LED สีทองให้บรรยากาศหรูหรา
ด้านเทคโนโลยี รถไฟติดตั้งระบบอาณัติสัญญาณ ETCS ระดับ 2 ซึ่งช่วยให้รถวิ่งห่างกันได้น้อยลง เพิ่มความถี่เที่ยววิ่ง และระบบเบรกอัจฉริยะเพื่อความปลอดภัยสูงสุด นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางบนรางและระบบป้องกันการชนอัตโนมัติ
แผนการดำเนินงานและเส้นทาง
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการก่อสร้าง คืบหน้าแล้วกว่า 70% คาดเปิดให้บริการในปี 2570 ส่วนระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย ระยะทาง 357 กิโลเมตร อยู่ระหว่างการออกแบบ คาดเปิดให้บริการในปี 2573
เมื่อเปิดให้บริการครบทั้งเส้นทาง จะช่วยลดเวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปหนองคายเหลือเพียง 3 ชั่วโมง 20 นาที จากเดิมที่ใช้เวลา 12 ชั่วโมง และยังเชื่อมต่อกับรถไฟความเร็วสูงลาว-จีน ที่สถานีเวียงจันทน์ ทำให้สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปคุนหมิง ประเทศจีน ได้ในเวลาเพียง 10 ชั่วโมง
นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า "รถไฟรุ่นนี้เป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือไทย-จีน และจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมการเดินทางในภูมิภาคอาเซียน เรามุ่งมั่นที่จะให้บริการที่มีมาตรฐานระดับโลก"
ด้านนายหวัง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า "จีนภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการนี้ รถไฟรุ่นใหม่นี้สะท้อนถึงมิตรภาพและความร่วมมือที่แน่นแฟ้นระหว่างสองประเทศ"
ทั้งนี้ รฟท. จะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมรถไฟรุ่นนี้ได้ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ตั้งแต่วันที่ 15-30 มกราคม 2568 ก่อนนำไปทดสอบวิ่งจริงในเส้นทางต่อไป



