สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจยันบริหารเงินบริจาคโปร่งใสผ่านมูลนิธิ พบอดีตผู้ร่วมตั้งข้อสังเกตการชักชวนบ่อยในไลน์
ป่าชนะใจยันบริหารเงินบริจาคโปร่งใส อดีตผู้ร่วมตั้งข้อสังเกตชักชวนบ่อย

สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจยืนยันความโปร่งใสการบริหารเงินบริจาคผ่านมูลนิธิ พบอดีตผู้ร่วมตั้งข้อสังเกตการชักชวนบ่อยในไลน์

สถานปฏิบัติธรรมป่าชนะใจออกมายืนยันการบริหารเงินบริจาคอย่างโปร่งใสผ่านคณะกรรมการมูลนิธิและเอกสารครบถ้วน ขณะที่อดีตผู้เข้าร่วมบางรายตั้งข้อสังเกตการชักชวนบริจาคบ่อยผ่านกลุ่มไลน์จนบางคนรู้สึกหนักใจต้องออกกลุ่ม พร้อมแนะนำแนวทางรับบริจาคที่ถูกต้องตามกฎหมาย

อดีตผู้ปฏิบัติธรรมเผยประสบการณ์การชักชวนบริจาคบ่อยในกลุ่มไลน์

วันนี้ (24 ก.พ.2569) อดีตผู้ปฏิบัติธรรมรายหนึ่งให้ข้อมูลว่า เมื่อกลางปี 2567 ได้เข้าร่วมปฏิบัติธรรมที่สถานที่ซึ่งขณะนั้นใช้ชื่อวัดป่ารักษาใจและกำลังเริ่มก่อสร้าง จึงถูกเชิญเข้ากลุ่มไลน์เพื่อรับข่าวสาร พบว่ามีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนบริจาคอย่างต่อเนื่อง เช่น ปรับพื้นที่ สร้างโรงฉัน ซื้อที่ดิน และก่อสร้างส่วนต่าง ๆ เคยบริจาคครั้งแรก 2,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี "ครูบาชัยวัฒน์" โดยตรง เพราะเห็นว่าเป็นสถานที่ใหม่ต้องการทุนสนับสนุน

แต่หลังจากอยู่ในกลุ่มระยะหนึ่ง สังเกตว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการขอรับบริจาค มากกว่าการสอนธรรมะ นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอเรื่องราวผู้มีอาชีพมั่นคง เช่น แพทย์ แอร์โฮสเตส และผู้พิพากษา ที่เข้ามาถือศีลปฏิบัติธรรม ซึ่งอาจเพื่อเสริมความน่าเชื่อถือ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตัวแทนสถานปฏิบัติธรรมยันดำเนินการภายใต้มูลนิธิและแยกบัญชีชัดเจน

ทางด้าน แม่ชีใบบุญ ตัวแทนสถานปฏิบัติธรรม ยืนยันว่าดำเนินการภายใต้มูลนิธิ โดยแยกบัญชีตามวัตถุประสงค์ชัดเจน เช่น กองทุนภัตตาหาร กองทุนสำหรับพระสงฆ์ และแม่ชีอาพาธ ค่าใช้จ่ายรายเดือนเกือบ 300,000 บาท ดูแลแม่ชีและลูกศิษย์เกือบ 200 คน โดยรายจ่ายสูงสุดคือค่าภัตตาหารในโรงครัวเฉลี่ยวันละ 6,000 บาท หรือเดือนละเกือบ 200,000 บาท รองลงมาค่าน้ำเดือนละ 50,000 บาท และค่าใช้จ่ายส่วนตัวแม่ชีที่บวชตลอดชีวิตคนละ 500 บาท/เดือน

บางเดือนเงินอาจไม่เพียงพอ รายได้บางส่วนมาจากการไลฟ์เทศนาธรรมของครูบาชัยวัฒน์ หรือแอดมินเพจลูกศิษย์เชิญชวนบริจาคเพื่อหมุนเวียนบริหารจัดการ ยืนยันเบิกจ่ายผ่านคณะกรรมการและมีเอกสารครบ เพจมูลนิธิเคยโพสต์ภาพการบริจาคช่วยสังคมด้านศาสนา สาธารณสุข การศึกษา และช่วยประชาชน รวมกว่า 13 ล้านบาทเมื่อปีที่แล้ว

แนะแนวทางรับบริจาคที่ถูกต้องตามกฎหมายเพื่อความโปร่งใส

สำหรับการรับบริจาคผ่านวัดให้ถูกต้องและโปร่งใส ควรใช้ระบบ E-Donation ของกรมสรรพากร โดยวัดต้องลงทะเบียนเป็นหน่วยรับบริจาค เพื่อออกใบอนุโมทนาบัตรอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยให้ผู้บริจาคลดหย่อนภาษีได้ การจดทะเบียนวัดต้องขออนุญาตจากกรมการปกครองหรือที่ว่าการอำเภอ เปิดบัญชีในนามวัดโดยตรง ไม่ควรใช้บัญชีบุคคล การประชาสัมพันธ์ต้องระบุวัตถุประสงค์ชัดเจน มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ.2487 ที่เกี่ยวกับวัด