สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี 8 เดินหน้าพัฒนาชุมชนด้วยเทคโนโลยี AI ยกระดับรายได้ 10-30%
สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี 8 ยกระดับรายได้ชุมชนด้วย AI

สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 8 เดินหน้าพัฒนาศักยภาพชุมชนด้วยเทคโนโลยีและกลยุทธ์การตลาด

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้เปิดตัวโครงการ "สลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปี 8" อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพชุมชนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการนำเทคโนโลยีและกลยุทธ์การตลาดสมัยใหม่มาใช้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

ผลสำเร็จที่เห็นได้ชัด: รายได้ชุมชนเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-30% ต่อปี

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า โครงการนี้ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 และได้แสดงผลลัพธ์ที่น่าพอใจ โดยชุมชนที่เข้าร่วมมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 10-30% ต่อปี บางแห่งพัฒนาเป็นต้นแบบที่ได้รับการยอมรับในระดับประเทศ

"รายได้ของชุมชนต้องสูงขึ้นประมาณ 10-30% และที่แน่ๆ ผมได้ลงไปเยี่ยมเยียนชุมชน ได้เห็นความมุ่งมั่นของคนในชุมชน แสดงให้เห็นว่าชุมชนมีความสุขมากขึ้น มีความเข้มแข็งมากขึ้น อันนี้แหละถือว่าเราได้ประสบความสำเร็จ" พันโท หนุน กล่าว

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวคิด "ต้นไม้แห่งคุณค่า" และการบูรณาการเทคโนโลยี AI

สำหรับปีนี้ โครงการดำเนินงานภายใต้แนวคิด "ต้นไม้แห่งคุณค่า" ซึ่งเน้นการวางรากฐานการพัฒนาอย่างเป็นระบบ สอดคล้องกับหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล) และการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในด้านการตลาด การสื่อสาร และการบริหารจัดการ

การอบรมทักษะดิจิทัลและการใช้ AI ถือเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเข้าถึงตลาดและสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดผู้บริโภค

ชุมชนเข้าร่วมโครงการ 14 แห่ง แบ่งเป็นชุมชนใหม่และชุมชนต้นแบบ

ในปีนี้ มีชุมชนเข้าร่วมโครงการรวม 14 แห่ง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ชุมชนใหม่ 10 แห่ง ได้แก่ ชุมชนไทกวนบ้านนาถ่อน จังหวัดนครพนม, กลุ่มโฮมสเตย์บ้านสีกาย จังหวัดหนองคาย, ชุมชนสะพานหิน จังหวัดเพชรบุรี, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านแหลมโฮมสเตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช, ชุมชนบ้านช่องฟืน จังหวัดพัทลุง, ชุมชนวัดศรีสุพรรณ จังหวัดเชียงใหม่, วิสาหกิจชุมชนกลุ่มท่องเที่ยวโดยชุมชนไตลื้อเมืองลวงเหนือ จังหวัดเชียงใหม่, วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงนิเวศป่าชายเลนเจดีย์กลางน้ำและแม่น้ำระยอง จังหวัดระยอง, ชุมชนบ้านป่าเม้าโฮแซว จังหวัดร้อยเอ็ด และวิสาหกิจชุมชนตาลโตนดโหนดนาเล จังหวัดสงขลา
  • ชุมชนต้นแบบจากปีที่ 1–7 ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอด 4 แห่ง ได้แก่ วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะเกร็ด ศิลปะ วัฒนธรรม เกษตร และนวัตกรรม จังหวัดนนทบุรี, วิสาหกิจชุมชนฮักเกษตรคลองลานบ้านเฮา จังหวัดกำแพงเพชร, วิสาหกิจชุมชนเกษตรสรรค์สร้าง บ้านปากพูน จังหวัดนครศรีธรรมราช และวิสาหกิจชุมชนบ้านหาดไก่ต้อย จังหวัดอุตรดิตถ์

สนับสนุนการพัฒนา 4 ด้านหลักเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

โครงการจะให้การสนับสนุนชุมชนใน 4 ด้านหลัก ได้แก่:

  1. การพัฒนาชุมชน เพื่อเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็ง
  2. กลยุทธ์การตลาด เพื่อขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์
  3. บรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อเพิ่มมูลค่าและความน่าสนใจ
  4. การจัดทำ E-Catalog และกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า

ตลอดการดำเนินโครงการตั้งแต่ปีที่ 1–8 มีชุมชนได้รับการพัฒนาแล้ว 77 แห่ง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

โครงการสลากสรรค์สร้างเพื่อชุมชน ปีที่ 8 นี้ ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับรายได้ แต่ยังเป็นการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับชุมชนทั่วประเทศ