มหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ได้ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่เมื่อคืนวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังการแข่งขันเป็นเวลา 16 วัน โดยมีพิธีปิด ณ สนามสตาดเดอฟรองซ์ ซึ่งเต็มไปด้วยสีสันและความประทับใจ ก่อนจะส่งต่อธงโอลิมปิกให้กับลอสแอนเจลิส เจ้าภาพครั้งต่อไปในปี 2028
สรุปเหรียญรางวัลโอลิมปิก 2024
สหรัฐอเมริกาคว้าตำแหน่งเจ้าเหรียญทองด้วยจำนวนเหรียญทองรวม 40 เหรียญทอง ตามมาด้วยจีนที่ได้ 27 เหรียญทอง และญี่ปุ่น 20 เหรียญทอง ส่วนเจ้าภาพฝรั่งเศสได้ 16 เหรียญทอง จบอันดับที่ 4
ทีมชาติไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน 51 คน ได้ 1 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 2 เหรียญทองแดง จบอันดับที่ 44 โดยเหรียญทองเดียวของไทยมาจากเทควันโด รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 49 กิโลกรัมหญิง จาก“เทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ซึ่งเป็นการป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ
ความสำเร็จของนักกีฬาไทย
นอกจากเหรียญทองของพาณิภัคแล้ว ไทยยังได้เหรียญเงินจากยกน้ำหนักหญิง รุ่น 59 กิโลกรัม จาก“น้องอิง” สุรจนา คำเบ้า และยกน้ำหนักชาย รุ่น 73 กิโลกรัม จาก“บอส” วีรพล วิชุมา รวมถึงกอล์ฟหญิง จาก“โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล ส่วนเหรียญทองแดงได้จากยกน้ำหนักหญิง รุ่น 49 กิโลกรัม จาก“น้องนก” สุกัญญา ศรีสุราช และเทควันโด รุ่นไม่เกิน 49 กิโลกรัมหญิง จาก“จูเนียร์” จุฬานันท์ ขันทะสี
ไฮไลต์พิธีปิด
พิธีปิดโอลิมปิก 2024 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีนักกีฬาจาก 206 ชาติเข้าร่วม มีการแสดงทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และศิลปะของฝรั่งเศส รวมถึงการส่งมอบธงโอลิมปิกให้กับลอสแอนเจลิส ซึ่งจะจัดการแข่งขันในปี 2028 โดยมีนักแสดงชื่อดังอย่างทอม ครูซ ร่วมในพิธีด้วย
โทมัส บาค ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) กล่าวปิดการแข่งขันว่า “โอลิมปิกเกมส์ที่ปารีสครั้งนี้เป็นเกมส์แห่งความสงบสุข ความเป็นหนึ่งเดียว และการแข่งขันที่ยุติธรรม ขอขอบคุณทุกคนที่ทำให้มันเป็นไปได้”
มุมมองต่อโอลิมปิกครั้งนี้
การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬากว่า 10,500 คนจาก 206 ชาติ เข้าร่วมแข่งขันใน 32 ชนิดกีฬา รวม 329 รายการ โดยมีการทำลายสถิติโลกถึง 13 รายการ และสถิติโอลิมปิก 32 รายการ ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาของวงการกีฬาโลก
สำหรับทีมชาติไทย แม้จะได้เหรียญรางวัลน้อยกว่าครั้งก่อนที่โตเกียว 2020 ซึ่งได้ 1 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง แต่ก็ยังถือว่าประสบความสำเร็จในหลายชนิดกีฬา โดยเฉพาะเทควันโดและยกน้ำหนักที่ยังคงเป็นความหวังของประเทศ



