มวยไทยกับญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและยาวนาน ไม่ใช่แค่เรื่องของกีฬา แต่เป็นเรื่องของจิตวิญญาณที่ทั้งสองชาติให้ความสำคัญเหมือนกัน
ความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรม
คนญี่ปุ่นให้ค่ากับจิตวิญญาณนักสู้ (Fighting Spirit) และความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ ซึ่งมวยไทยมีพิธีไหว้ครูและการแสดงความเคารพที่ชัดเจน ทำให้เข้ากับจริตของคนญี่ปุ่นได้ง่าย
ความสวยงามและประสิทธิภาพ
พวกเขามองว่ามวยไทยคือศาสตร์ที่มีความสวยงามแต่แฝงด้วยความดุดันและใช้งานได้จริง
กระแสออกกำลังกาย
ปัจจุบันยิมมวยไทยในญี่ปุ่นมีจำนวนมาก เพราะคนญี่ปุ่นมองว่าเป็นวิธีลดน้ำหนักและคลายเครียดที่ดีที่สุดหลังจากการทำงานหนัก
ทาเครุ เซกาวะ หันมาต่อยมวยไทยได้อย่างไร?
จริงๆ แล้วทาเครุมีพื้นฐานมาจากคาราเต้มาก่อน แต่สิ่งที่ทำให้เขาเข้าสู่โลกมวยไทยและคิกบ็อกซิ่งอย่างเต็มตัวคือแรงบันดาลใจจาก K-1 ในยุคที่ K-1 รุ่งเรือง เขาหลงใหลในความตื่นเต้นของการต่อสู้บนเวที และการมาฝึกที่ไทย ในช่วงวัยรุ่น ทาเครุเคยลาออกจากโรงเรียนและเก็บเงินบินมาฝึกมวยไทยที่ค่ายมวยในประเทศไทยด้วยตัวคนเดียว เพื่อเรียนรู้วิธีการออกอาวุธแบบมวยไทยแท้ๆ ก่อนจะกลับไปสร้างชื่อจนกลายเป็นแชมป์ K-1 ถึง 3 รุ่น
อาวุธที่โดดเด่นของทาเครุ ที่ใช้สู้กับรถถัง
ทาเครุขึ้นชื่อเรื่องฉายา Natural Born Krusher อาวุธหลักที่เขานำมาใช้มีดังนี้
- หมัดชุดสไตล์คิกบ็อกซิ่ง (Boxing Combinations): ทาเครุออกหมัดได้เร็วและต่อเนื่องมาก เขามักจะเดินกดดันแล้วรัวหมัดใส่จนคู่ต่อสู้ตั้งตัวไม่ทัน
- ลูกเตะตัดล่างและหน้าแข้ง: เขาสามารถผสมผสานลูกเตะเข้ากับหมัดได้อย่างลื่นไหล
- หัวใจที่แข็งแกร่ง: จุดเด่นที่สุดคือคางหินและความทนทาน เขาสามารถแลกหมัดได้โดยไม่ถอย ซึ่งเป็นสไตล์ที่คล้ายกับรถถังมาก



