สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เตรียมเสนอตัวร่วมเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 ร่วมกับซาอุดีอาระเบีย หลังจากสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) เปิดรับสมัครเจ้าภาพอย่างเป็นทางการ โดยประเทศไทยมีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์เป็นเจ้าภาพร่วมครั้งแรกในทวีปเอเชีย
ไทย-ซาอุฯ จับมือชิงเจ้าภาพบอลโลก
นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เปิดเผยว่า ไทยและซาอุดีอาระเบียได้หารือกันอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการร่วมกันเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 โดยทั้งสองประเทศเห็นพ้องต้องกันว่าการเป็นเจ้าภาพร่วมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการได้รับคัดเลือกจากฟีฟ่า
“เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับซาอุดีอาระเบีย และการร่วมมือกันครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย ไทยมีสนามกีฬาที่ได้มาตรฐานและประสบการณ์ในการจัดแข่งขันระดับนานาชาติ ขณะที่ซาอุดีอาระเบียมีศักยภาพด้านการลงทุนและโครงสร้างพื้นฐาน” พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
ฟีฟ่าเปิดรับสมัครเจ้าภาพ 2034
ก่อนหน้านี้ ฟีฟ่าได้ประกาศเปิดรับสมัครประเทศที่สนใจเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 โดยกำหนดส่งใบสมัครภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 และจะประกาศผลในปี 2567 โดยมีหลายประเทศในเอเชียและตะวันออกกลางที่แสดงความสนใจ เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และอินโดนีเซีย
การเสนอตัวของไทยและซาอุดีอาระเบียในครั้งนี้ถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่อาจเปลี่ยนโฉมหน้าวงการฟุตบอลโลก เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีเจ้าภาพร่วมในเอเชียมาก่อน โดยฟีฟ่าได้ปรับกฎให้สามารถมีเจ้าภาพร่วมได้มากขึ้นเพื่อกระจายภาระและเพิ่มโอกาสให้ประเทศขนาดกลาง
ไทยมีศักยภาพเพียงพอหรือไม่
ด้านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กล่าวสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว โดยระบุว่าไทยมีความพร้อมทั้งในด้านสนามกีฬา โรงแรม และการคมนาคม รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก นอกจากนี้ ไทยยังมีประสบการณ์ในการจัดฟุตบอลเอเชียนคัพ 2007 และซีเกมส์หลายครั้ง
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านกีฬาบางรายแสดงความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของไทยในด้านงบประมาณและบุคลากร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาความปลอดภัยและการจัดการแข่งขันที่มีทีมเข้าร่วมถึง 48 ทีม
ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม
หากไทยได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพร่วม จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจอย่างมหาศาล คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเยือนมากกว่า 5 ล้านคน สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท รวมถึงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นตามมา
นอกจากนี้ การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกยังช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทยในการเล่นกีฬาฟุตบอลมากขึ้น
ทั้งนี้ ไทยและซาอุดีอาระเบียจะต้องยื่นใบสมัครอย่างเป็นทางการต่อฟีฟ่าภายในกำหนดเวลา และเตรียมนำเสนอแผนการจัดการแข่งขันที่มีประสิทธิภาพ เพื่อชิงคะแนนเสียงจากคณะกรรมการบริหารฟีฟ่า



