ซาอุดีอาระเบียเตรียมยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 อย่างเป็นทางการในวันนี้ (9 ตุลาคม 2566) ตามรายงานของสำนักข่าวซาอุดีอาระเบีย (SPA) โดยมีกำหนดส่งเอกสารอย่างเป็นทางการถึงสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ภายในวันนี้
การสนับสนุนจากนานาชาติ
การประกาศยื่นเสนอตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ซาอุดีอาระเบียได้รับการสนับสนุนจากหลายประเทศในภูมิภาค รวมถึงสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (AFC) ที่แสดงความเห็นชอบต่อการเป็นเจ้าภาพของซาอุดีอาระเบีย นอกจากนี้ยังมีชาติอาหรับและอิสลามอีกหลายประเทศที่ให้การสนับสนุน
เจ้าชายอับดุลอาซิซ บิน ซัลมาน อัล ซาอุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า “เรามีความพร้อมทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและประสบการณ์ในการจัดงานระดับโลก การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศตามวิสัยทัศน์ 2030”
แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ซาอุดีอาระเบียวางแผนลงทุนมหาศาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการแข่งขัน รวมถึงการก่อสร้างสนามกีฬาแห่งใหม่ 15 แห่ง และการปรับปรุงสนามเดิมอีก 5 แห่ง โดยมีสนามกีฬาหลักคือสนามกีฬาแห่งชาติคิงซัลมานในกรุงริยาด ซึ่งมีความจุ 92,000 ที่นั่ง
นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาระบบขนส่งมวลชนทั้งในกรุงริยาด เจดดาห์ และเมืองอื่นๆ รวมถึงการสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อระหว่างเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกแก่แฟนฟุตบอล
โอกาสในการได้รับเลือก
ซาอุดีอาระเบียเป็นชาติเดียวที่ยื่นเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 หลังจากที่ออสเตรเลียถอนตัวจากการเสนอตัว ทำให้ซาอุดีอาระเบียมีโอกาสสูงมากที่จะได้รับเลือกอย่างเป็นทางการจากฟีฟ่าในการประชุมสภาฟีฟ่าที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้
หากได้รับเลือก ซาอุดีอาระเบียจะเป็นชาติที่สองในตะวันออกกลางที่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ต่อจากกาตาร์ที่จัดในปี 2022 โดยการแข่งขันในปี 2034 มีกำหนดจัดขึ้นในช่วงฤดูหนาวเช่นเดียวกับกาตาร์ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในฤดูร้อน



