สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศให้ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 อย่างเป็นทางการ หลังการเสนอตัวเพียงประเทศเดียวที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น โดยฟีฟ่าได้เร่งกระบวนการคัดเลือกให้แล้วเสร็จภายในปี 2566 นี้
กระบวนการคัดเลือกที่รวดเร็ว
ฟีฟ่าได้เปิดรับข้อเสนอสำหรับเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 ในเดือนตุลาคม 2566 โดยกำหนดเวลาส่งข้อเสนอภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2566 ซึ่งมีเพียงซาอุดีอาระเบียเท่านั้นที่ยื่นเสนอตัว ส่งผลให้การคัดเลือกเป็นไปอย่างรวดเร็วและไม่มีการแข่งขัน
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการประชุมสภาฟีฟ่าเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2566 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ซาอุดีอาระเบียเป็นเจ้าภาพอย่างเป็นทางการ โดยไม่ต้องมีการลงคะแนนเสียง เนื่องจากเป็นผู้เสนอเพียงรายเดียว
รายละเอียดการเป็นเจ้าภาพ
ซาอุดีอาระเบียวางแผนจัดการแข่งขันใน 15 สนามทั่วประเทศ โดยมีสนามกีฬาหลักคือสนามกีฬานานาชาติคิงอับดุลลาห์ในเมืองเจดดาห์ และสนามกีฬาเมาท์คิงซัลมานในกรุงริยาด ซึ่งคาดว่าจะมีความจุมากกว่า 80,000 ที่นั่ง
การเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดีอาระเบียที่ต้องการพัฒนาประเทศในทุกด้าน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมีการลงทุนมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
ปฏิกิริยาจากวงการฟุตบอล
ประธานฟีฟ่า จานนี อินฟานติโน กล่าวแสดงความยินดีกับซาอุดีอาระเบียว่า "นี่เป็นโอกาสอันดีที่ฟุตบอลโลกจะได้ไปยังดินแดนใหม่ และซาอุดีอาระเบียมีศักยภาพที่จะจัดการแข่งขันที่ยอดเยี่ยม"
อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์จากกลุ่มสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับประวัติด้านสิทธิมนุษยชนของซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะสิทธิสตรีและแรงงานต่างด้าว ซึ่งฟีฟ่าระบุว่าจะติดตามการดำเนินการของซาอุดีอาระเบียอย่างใกล้ชิด
ผลกระทบต่อฟุตบอลโลกครั้งต่อไป
การประกาศเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2034 ทำให้ตารางการแข่งขันในอนาคตชัดเจนขึ้น โดยฟุตบอลโลก 2026 จะจัดที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ส่วนปี 2030 จะจัดที่สเปน โปรตุเกส และโมร็อกโก
ซาอุดีอาระเบียจะเป็นประเทศที่สามในเอเชียที่ได้เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ต่อจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ในปี 2002 และกาตาร์ในปี 2022 โดยถือเป็นครั้งที่สองที่ฟุตบอลโลกจะจัดในตะวันออกกลาง



