ในศึกแดงเดือดเมื่อคืนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลเปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสามารถเอาชนะไปได้อย่างขาดลอย 7-0 โดยเกมนี้เจ้าบ้านเล่นได้อย่างดุดันและครองเกมได้เหนือกว่าตั้งแต่ต้นจนจบ
ครึ่งแรก ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-0
ลิเวอร์พูลเริ่มเกมได้อย่างร้อนแรง โดยได้ประตูแรกจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในนาทีที่ 15 ต่อมา โคดี กัคโป ซัดประตูที่สองในนาทีที่ 26 และ ดาร์วิน นูนเญซ มาบวกเพิ่มให้ทีมนำ 3-0 ในนาทีที่ 35 ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้
ครึ่งหลัง ยิงเพิ่มอีก 4 ประตู
ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังคงเดินหน้าเกมรุกต่อเนื่อง และได้ประตูเพิ่มจาก โรแบร์โต ฟีร์มิโน ในนาทีที่ 50, โคดี กัคโป คนเดิมในนาทีที่ 65, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คนเดิมในนาทีที่ 72 และปิดท้ายด้วย โรแบร์โต ฟีร์มิโน อีกครั้งในนาทีที่ 85 จบเกมด้วยสกอร์ 7-0
สถิติสำคัญในเกมนี้
- ลิเวอร์พูลครองบอล 65% ขณะที่แมนฯยูไนเต็ดครองบอล 35%
- ลิเวอร์พูลยิงทั้งหมด 15 ครั้ง เข้ากรอบ 10 ครั้ง ส่วนแมนฯยูไนเต็ดยิง 5 ครั้ง เข้ากรอบ 1 ครั้ง
- ลิเวอร์พูลได้เตะมุม 8 ครั้ง แมนฯยูไนเต็ดได้ 3 ครั้ง
ปฏิกิริยาหลังเกม
เจอร์เกน คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลกล่าวชื่นชมลูกทีมที่เล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเกมรุกที่เฉียบคม ขณะที่ เอริก เทน ฮาก ผู้จัดการทีมแมนฯยูไนเต็ดยอมรับว่าทีมเล่นได้ไม่ดีและต้องกลับไปปรับปรุงเกมรับโดยด่วน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้ลิเวอร์พูลขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 5 ของตารางพรีเมียร์ลีก ขณะที่แมนฯยูไนเต็ดยังคงอยู่อันดับ 3 แต่มีแต้มตามหลังจ่าฝูงมากขึ้น



