ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่ใหญ่ประจำสัปดาห์ที่ผ่านมา แมนเชสเตอร์ซิตี้ เปิดสนามเอติฮัด สเตเดียม รับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ทีมคู่แข่งสำคัญในการลุ้นแชมป์ โดยเกมนี้ทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะเพื่อรักษาความหวังในการคว้าแชมป์
ครึ่งแรก: แมนฯซิตี้ครองเกมเหนือกว่า
เริ่มเกมมาเพียง 5 นาที แมนเชสเตอร์ซิตี้ก็มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรอยน์ เปิดบอลจากกราบขวาให้ อิลคาย กุนโดกัน โหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้เจ้าบ้านนำ 1-0 จากนั้นนาทีที่ 23 แมนฯซิตี้มาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 จากจังหวะที่ แจ็ค กรีลิช หลุดไปทางซ้ายก่อนจะยัดบอลให้ เออร์ลิง ฮาลันด์ แตะบอลผ่านตัวผู้รักษาประตูเข้าประตูไปง่ายๆ สกอร์กลายเป็น 2-0
ลิเวอร์พูลพยายามตอบโต้แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของแมนฯซิตี้ที่เล่นกันอย่างแข็งแกร่งได้ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0
ครึ่งหลัง: แมนฯซิตี้ยังคงกดดัน
เข้าสู่ครึ่งหลัง แมนฯซิตี้ยังคงครองเกมและมาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 56 จากจังหวะที่ ฟิล ฟ็อดเดน หลุดเข้าไปยิงด้วยซ้ายผ่านตัวอลีสซง เบ็คเกอร์ เข้าประตูไป ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-0
นาทีที่ 72 แมนฯซิตี้มาได้ประตูตอกย้ำความมั่นใจจากจังหวะที่ แจ็ค กรีลิช กระชากบอลจากกราบซ้ายก่อนจะยิงด้วยขวาเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ทำให้สกอร์เป็น 4-0 และเป็นประตูที่ทำให้แฟนบอลเจ้าบ้านเฮกันอย่างสนั่น
หลังจากนั้นไม่มีการทำประตูเพิ่มเติม จบเกมแมนเชสเตอร์ซิตี้เปิดบ้านเอาชนะลิเวอร์พูลไปได้ 4-0 เก็บสามแต้มสำคัญพร้อมรักษาความหวังในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่อไป
สถิติที่น่าสนใจ
- แมนเชสเตอร์ซิตี้ยิงตรงกรอบ 8 ครั้ง ลิเวอร์พูลยิงตรงกรอบเพียง 2 ครั้ง
- การครองบอล: แมนฯซิตี้ 58% ลิเวอร์พูล 42%
- ประตูที่แมนฯซิตี้ทำได้ในเกมนี้มาจากผู้เล่นถึง 4 คนที่แตกต่างกัน
ผลกระทบต่อตารางคะแนน
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ซิตี้ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ตามหลังจ่าฝูงอาร์เซนอลเพียง 2 แต้ม ขณะที่ลิเวอร์พูลยังคงรั้งอันดับที่ 4 โดยมีแต้มตามหลังแมนฯซิตี้ 4 แต้ม
สำหรับโปรแกรมต่อไป แมนเชสเตอร์ซิตี้จะต้องออกไปเยือนท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ ขณะที่ลิเวอร์พูลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของเบรนท์ฟอร์ด



