สหภาพสมาคมฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า ประกาศลงโทษแบนทีมชาติอังกฤษจากการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2028 อย่างเป็นทางการ หลังจากที่แฟนบอลชาวอังกฤษก่อเหตุป่วนในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
สาเหตุของการลงโทษ
ยูฟ่าได้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศยูโร 2020 ระหว่างอังกฤษกับอิตาลี ซึ่งพบว่ามีแฟนบอลจำนวนมากบุกรุกสนามก่อนเริ่มการแข่งขัน รวมถึงการก่อความไม่สงบและการทะเลาะวิวาทภายในสนาม ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้ชมคนอื่นๆ
รายละเอียดการแบน
การแบนดังกล่าวหมายความว่าทีมชาติอังกฤษจะไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันยูโร 2028 ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นที่สหราชอาณาจักรและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ โดยอังกฤษเป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วม การตัดสินใจนี้สร้างความผิดหวังให้กับวงการฟุตบอลอังกฤษเป็นอย่างมาก
ยูฟ่าแถลงว่า การลงโทษนี้มีผลทันทีและไม่สามารถอุทธรณ์ได้ โดยย้ำถึงความจำเป็นในการรักษาความปลอดภัยและระเบียบวินัยในการแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ
ปฏิกิริยาจากฝั่งอังกฤษ
สมาคมฟุตบอลอังกฤษ หรือ เอฟเอ แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินของยูฟ่า พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม เอฟเอ ยังไม่มีการประกาศแผนการอุทธรณ์อย่างเป็นทางการ
นายกรัฐมนตรีอังกฤษ บอริส จอห์นสัน กล่าวว่า การตัดสินใจของยูฟ่าเป็นเรื่องที่เจ็บปวดสำหรับแฟนบอลชาวอังกฤษ แต่ยอมรับว่าต้องมีการรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผลกระทบต่อฟุตบอลอังกฤษ
การแบนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาทีมชาติอังกฤษในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเตรียมทีมสำหรับการแข่งขันรายการใหญ่ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของสหราชอาณาจักร เนื่องจากยูโร 2028 จะมีแมตช์สำคัญหลายนัดที่สนามในอังกฤษ
แฟนบอลชาวอังกฤษจำนวนมากแสดงความไม่พอใจต่อคำตัดสินนี้ โดยบางส่วนมองว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินไป แต่อีกส่วนหนึ่งเห็นว่าสมควรแล้วที่ต้องมีการลงโทษเพื่อเป็นบทเรียน
ยูฟ่าไม่ได้ระบุว่าการแบนนี้จะสิ้นสุดเมื่อใด แต่ยืนยันว่าอังกฤษจะถูกแบนจากการแข่งขันยูโร 2028 เท่านั้น และยังคงมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันอื่นๆ เช่น ฟุตบอลโลก



