ไทยลีกปรับเวลาเตะเลกสองเพื่อแก้ปัญหาฝุ่นควัน
ไทยลีกปรับเวลาเตะเลกสองแก้ฝุ่นควัน

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศปรับเปลี่ยนเวลาแข่งขันฟุตบอลไทยลีกในเลกที่สองของฤดูกาล เพื่อลดผลกระทบจากปัญหาฝุ่นควัน PM2.5 ที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยการแข่งขันที่เดิมกำหนดในช่วงบ่ายจะถูกเลื่อนไปเป็นช่วงเย็นหรือค่ำ เพื่อให้สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเล่นกีฬามากขึ้น

สาเหตุของการปรับเปลี่ยนเวลา

นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ได้มีการหารือร่วมกับสโมสรสมาชิกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศจากกรมควบคุมมลพิษ โดยพบว่าช่วงบ่ายมีค่าฝุ่นควันสูงที่สุดของวัน ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของนักฟุตบอลและผู้ชม ดังนั้น การย้ายมาเตะในช่วงเย็นจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้

รายละเอียดการปรับเปลี่ยน

สำหรับตารางการแข่งขันใหม่นั้น แมตช์เดิมที่กำหนดในเวลา 17.00 น. และ 18.00 น. จะถูกเลื่อนออกไปเป็น 18.30 น. และ 19.00 น. ตามลำดับ ส่วนคู่ที่เตะเวลา 19.00 น. จะคงเดิมไว้ แต่จะมีการพิจารณาเพิ่มเติมหากสถานการณ์ฝุ่นควันรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ สโมสรที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนเวลาจะได้รับแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • เวลาเตะเดิม 17.00 น. เปลี่ยนเป็น 18.30 น.
  • เวลาเตะเดิม 18.00 น. เปลี่ยนเป็น 19.00 น.
  • เวลาเตะเดิม 19.00 น. คงเดิม

ปฏิกิริยาจากสโมสรและแฟนบอล

หลายสโมสรแสดงความเห็นด้วยกับการปรับเปลี่ยนครั้งนี้ โดยชี้ว่าสุขภาพของนักกีฬาและแฟนบอลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ขณะที่แฟนบอลบางส่วนกังวลเรื่องการเดินทางในช่วงเย็นที่อาจมีการจราจรหนาแน่น แต่ก็เข้าใจถึงเหตุผลด้านสุขภาพ อย่างไรก็ตาม สมาคมฯ ระบุว่าจะมีการประสานงานกับหน่วยงานจราจรเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ชม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

มาตรการเพิ่มเติม

นอกจากการปรับเวลาแข่งขันแล้ว สมาคมฯ ยังมีแผนติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศในสนามกีฬาหลายแห่ง และจะแจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องหากค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน นอกจากนี้ ยังแนะนำให้นักกีฬาสวมหน้ากากอนามัยระหว่างการอบอุ่นร่างกายและพักระหว่างครึ่งเวลา

การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป โดยหวังว่าจะช่วยให้การแข่งขันฟุตบอลไทยลีกดำเนินไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยท่ามกลางปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น