นักการเมืองครองวงการลูกหนังไทย 11 สโมสรในไทยลีก เชื่อมโยงเครือข่ายการเมือง
วงการฟุตบอลไทยในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่กีฬาเพื่อความบันเทิงอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญสำหรับนักการเมืองในการสร้างเครือข่ายและแสดงอิทธิพล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไทยลีก ฤดูกาล 2568-69 ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลลีกระดับสูงสุดของประเทศไทย
จากปราสาทสายฟ้าสู่ค่ายแดง-น้ำเงิน
"ปราสาทสายฟ้า" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถือเป็นต้นแบบความสำเร็จของทีมฟุตบอลภายใต้การนำของนักการเมือง โดยมี เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร และ กรุณา ชิดชอบ รองประธานสโมสร ดูแลอย่างใกล้ชิด ความสำเร็จของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักการเมืองรายอื่นๆ ในการลงทุนสร้างทีมฟุตบอลของตนเอง
ในรัฐบาลอนุทิน 2 ยุคแรก มีรัฐมนตรีหน้าใหม่หลายคนที่เคยหรือยังคงดำรงตำแหน่งประธานสโมสรฟุตบอลระดับลีก เช่น วัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเป็นประธานสโมสรฟุตบอลอุดรธานี เอฟซี และ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช อีกหนึ่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยเป็นรองประธานสโมสรฟุตบอลเชียงรายยูไนเต็ด
ตระกูลการเมืองกับทีมฟุตบอลระดับลีก
ฝั่งค่ายน้ำเงินก็ไม่น้อยหน้า โดยตระกูลไทยเศรษฐ์ของ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอุทัยธานี เป็นผู้ก่อตั้งทีมอุทัยธานี เอฟซี หรือ "ทีมช้างป่าห้วยขาแข้ง" ซึ่งมี ธนาชัย ปั้นงาม เป็นประธานสโมสร
ขณะที่ทีมอยุธยา ยูไนเต็ด หรือ "นักรบอโยธยา" นั้น มี อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล เป็นประธานสโมสร ซึ่งเป็นทายาทของ สมทรง พันธ์เจริญวรกุล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นพี่ชายของ สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
สถิติที่น่าตกใจในไทยลีก 2568-69
จากการสำรวจทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันไทยลีก ฤดูกาล 2568-69 ทั้งหมด 16 สโมสร พบว่ามีถึง 11 สโมสรที่นักการเมืองหรือตระกูลการเมืองมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการ ได้แก่
- บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด - เนวิน ชิดชอบ และ กรุณา ชิดชอบ
- ราชบุรี เอฟซี - ธนวัชร นิติกาญจนา ลูกชายของ วิวัฒน์ นิติกาญจนา และ บุญยิ่ง นิติกาญจนา
- พีที ประจวบ เอฟซี - ทรงเกียรติ ลิ้มอรุณรักษ์ อดีตนายก อบจ.ประจวบคีรีขันธ์
- สุโขทัย เอฟซี - อนงค์วรรณ เทพสุทิน และ สมศักดิ์ เทพสุทิน
- ระยอง เอฟซี - สาธิต ปิตุเตชะ และ ปิยะ ปิตุเตชะ
- นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี - สุวัจน์ ลิปตพัลลภ และ วัชรพล โตมรศักดิ์
- ชลบุรี เอฟซี - วิทยา คุณปลื้ม และ สนธยา คุณปลื้ม
- พลังกาญจน์ เอฟซี - นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ และ สุรพงษ์ ปิยะโชติ
- อยุธยา ยูไนเต็ด - อดิศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล
การเมืองและฟุตบอล: ความสัมพันธ์ที่แยกไม่ออก
การบริหารทีมฟุตบอลโดยนักการเมืองไม่ได้เป็นเพียงความชอบส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างเครือข่ายทางการเมืองผ่านการเดินสายนำทีมลงแข่งขันในภูมิภาคต่างๆ การพบปะเจรจาเรื่องทีมฟุตบอลมักนำไปสู่การต่อยอดทางการเมืองในเวลาต่อมา
สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในรัฐบาลอนุทิน 2 เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความเชื่อมโยงระหว่างการเมืองและฟุตบอล โดยมีพี่ชายคือ อดิศักดิ์ เป็นประธานสโมสรอยุธยา ยูไนเต็ด ซึ่งเพิ่งเลื่อนชั้นจากไทยลีก 2 สู่ไทยลีก 1 เมื่อปลายปี 2568
ความท้าทายและปัจจัยแห่งความสำเร็จ
การบริหารทีมฟุตบอลให้ประสบความสำเร็จไม่มีสูตรตายตัว แต่ปัจจัยสำคัญนอกเหนือจากความตั้งใจจริงคือ กำลังทางการเงิน เนื่องจากต้องดูแลครบวงจรทั้งโค้ช นักกีฬา สนามฝึกซ้อม และการแข่งขัน ซึ่งไม่ต่างจากการบริหารงานในตำแหน่งรัฐมนตรี
กรณีของตระกูลพันธ์เจริญวรกุลแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างหนัก โดย สมทรง พันธ์เจริญวรกุล มารดาในฐานะนายก อบจ.พระนครศรีอยุธยา ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อกวาดเก้าอี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 7 ที่นั่งในพื้นที่รับผิดชอบ ทั้งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและปทุมธานี ก่อนที่ทีมอยุธยา ยูไนเต็ด จะก่อตั้งขึ้นในปลายปี 2559
ความสำเร็จของทีมฟุตบอลที่บริหารโดยนักการเมืองเหล่านี้ไม่เพียงแต่สร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนบอลในท้องถิ่น แต่ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และเครือข่ายทางการเมืองของผู้บริหารสโมสร ซึ่งกลายเป็นปรากฏการณ์สำคัญในวงการฟุตบอลไทยยุคปัจจุบัน



