พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ได้ประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่า จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 มกราคม 2568 โดยมีเป้าหมายหลักในการปฏิรูปวงการกีฬาไทยให้มีความทันสมัยและโปร่งใสมากขึ้น
แรงจูงใจในการลงสมัคร
‘บิ๊กโจ๊ก’ เปิดเผยว่า ตนเห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารกีฬาไทย หลังจากที่ได้ติดตามปัญหาต่างๆ ในวงการกีฬามาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะเรื่องการขาดธรรมาภิบาลและการทุจริตที่ส่งผลกระทบต่อนักกีฬาไทย
“ผมต้องการทำให้กีฬาไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล และสร้างโอกาสให้นักกีฬาไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าว
นโยบายหลักที่เสนอ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ประกาศนโยบายหลัก 5 ข้อ ได้แก่ การเพิ่มงบประมาณสนับสนุนนักกีฬาอย่างเป็นธรรม การปรับปรุงระบบการคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติให้โปร่งใส การผลักดันกีฬาไทยสู่ระดับโลก การพัฒนาบุคลากรในวงการกีฬา และการส่งเสริมกีฬาเพื่อประชาชนทุกกลุ่ม
นอกจากนี้ เขายังเสนอให้มีการตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสมาคมกีฬาต่างๆ อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ปฏิกิริยาจากวงการกีฬา
การประกาศลงสมัครของ ‘บิ๊กโจ๊ก’ ได้รับความสนใจอย่างมากจากวงการกีฬาไทย โดยมีทั้งเสียงสนับสนุนและเสียงวิจารณ์ บางส่วนมองว่า ประสบการณ์ด้านการบริหารของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ จะช่วยปฏิรูปวงการกีฬาได้ ขณะที่บางส่วนกังวลเรื่องความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เนื่องจาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นายสมชาย ชัยวรศิลป์ อดีตกรรมการบริหารสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “การมีบุคคลที่มีชื่อเสียงเข้ามาบริหาร อาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ดี แต่ต้องระวังไม่ให้เกิดการครอบงำจากฝ่ายการเมืองหรือผลประโยชน์ส่วนตัว”
กำหนดการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย จะมีขึ้นในวันที่ 28 มกราคม 2568 ณ หอประชุมใหญ่ การกีฬาแห่งประเทศไทย โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากสมาคมกีฬาต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 200 เสียง
ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่คาดว่าจะลงชิงตำแหน่งในครั้งนี้ ได้แก่ นายวิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ อดีตนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย และ นายธนากร วรุณศรี อดีตนักกีฬาโอลิมปิก
ความท้าทายที่รออยู่
ผู้ชนะการเลือกตั้งจะต้องเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น การปรับปรุงภาพลักษณ์ของกีฬาไทยในเวทีโลก การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างสมาคมกีฬาต่างๆ และการหาแหล่งเงินทุนสนับสนุนที่ยั่งยืน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ผมพร้อมที่จะทำงานหนักเพื่อกีฬาไทย และขอให้ทุกคนเชื่อมั่นในความตั้งใจจริงของผม”



