"ยศชนัน" ควงครอบครัวแต่งผ้าไหมแพรวา เปิดงานบุญบั้งไฟกาฬสินธุ์
"ยศชนัน" ควงครอบครัวแต่งผ้าไหมแพรวา เปิดบุญบั้งไฟกาฬสินธุ์

30 พฤษภาคม 2569 ที่โรงเรียนชุมชนโพน อำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้ใช้โอกาสวันหยุดสุดสัปดาห์พาครอบครัวเดินทางไปเป็นประธานเปิดงานประเพณี "บุญบั้งไฟบ้านโพน (บุญบั้งไฟแพรวา) ประจำปี 2569" โดยมีทีมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์จากพรรคเพื่อไทย และข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ร่วมให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

สวมผ้าไหมแพรวาแสดงความภูมิใจในท้องถิ่น

นายยศชนันกล่าวว่า วันนี้ตั้งใจพาครอบครัวสวมชุดท้องถิ่นผ้าไหมแพรวามาคารวะพี่น้องชาวกาฬสินธุ์ พร้อมชื่นชม สส. ในพื้นที่ที่ช่วยกันผลักดันประเด็นผ้าไหมแพรวาเข้าสู่สภาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรัฐบาลและกระทรวง อว. พร้อมจับมือกระทรวงวัฒนธรรม ผลักดันผ้าไหมแพรวาไทยให้กลายเป็นศิลปะระดับโลก นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นว่า บุญบั้งไฟไม่ใช่แค่เรื่องของความศรัทธาและการสร้างขวัญกำลังใจให้เกษตรกรก่อนฤดูทำนาเท่านั้น แต่ยังเป็น "เครื่องจักรเศรษฐกิจ" ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ สร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนฐานรากอย่างมหาศาล

ร่วมฟ้อนรำกับชาวผู้ไทยอย่างเป็นกันเอง

หลังจากลั่นฆ้องและจุดพลุเปิดงานอย่างเป็นทางการ รองนายกรัฐมนตรียศชนันได้สลัดลุคด็อกเตอร์ลงไปร่วมฟ้อนรำกับพี่น้องชาวผู้ไทยบ้านโพนอย่างเป็นกันเอง สร้างรอยยิ้มและความสนุกสนานฮือฮาไปทั้งงาน บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเอง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

พาลูกเที่ยวพิพิธภัณฑ์สิรินธร ดูไดโนเสาร์ยักษ์

เสร็จจากงานบุญช่วงบ่าย รองนายกฯ ยศชนัน เปลี่ยนโหมดเป็นคุณพ่อพาลูก ๆ ไปอัปเกรดความรู้ต่อที่ "พิพิธภัณฑ์สิรินธร" อำเภอสหัสขันธ์ โดยร่วมทัวร์ชมซากดึกดำบรรพ์และความหลากหลายทางชีวภาพ งานนี้เอ็กซ์คลูซีฟสุด ๆ เพราะได้ ดร.ศิตะ มานิตกุล นักบรรพชีวินวิทยาชื่อดัง มารับหน้าที่เป็นวิทยากรพิเศษ เล่าเบื้องลึกการค้นพบ “นาคาไททัน ชัยภูมิเอ็นซิส” ไดโนเสาร์คอยาวขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เพิ่งค้นพบใหม่ ทำเอาลูกชายและลูกสาวของรองนายกฯ สนใจยืนฟังตาแป๋ว เพราะปกติครอบครัวนี้มักจะใช้เวลาว่างในวันหยุดตระเวนเที่ยวพิพิธภัณฑ์สายความรู้อยู่เป็นประจำ

การเดินทางครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการส่งเสริมทั้งวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่นและการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันจังหวัดกาฬสินธุ์ให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและธรรมชาติต่อไป