ผู้ว่าฯ โคราช ตรวจปั๊มน้ำมันทั่วจังหวัด 1,153 แห่ง ยันไม่มีกักตุน แจงขาดแคลนชั่วคราวจากกระบวนการขนส่ง
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 11.30 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พลังงานจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ตำรวจภูธรจังหวัด และฝ่ายปกครอง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์การจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณสำรองภายในสถานีบริการน้ำมันในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค
ผลการตรวจสอบพบการจำหน่ายเป็นปกติ ไม่พบการกักตุน
จากการสุ่มตรวจสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่งในเขตอำเภอเมืองนครราชสีมา พบว่าภาพรวมการจำหน่ายน้ำมันยังคงเป็นปกติ ยังไม่พบพฤติกรรมการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อเก็งกำไรแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม มีปัญหาในบางสถานีบริการที่ไม่มีน้ำมันจำหน่ายให้แก่ประชาชนชั่วคราว ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดจากกระบวนการขนส่งที่อยู่ระหว่างรอดำเนินการ ไม่ได้เกิดจากการเจตนาปฏิเสธการจำหน่าย
มาตรการตรวจสอบอย่างเข้มงวดทั่วจังหวัด
ปัจจุบันจังหวัดนครราชสีมามีสถานีบริการน้ำมันรวมทั้งสิ้น 1,153 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 32 อำเภอ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 32 อำเภอลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในเขตรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาส หากตรวจพบการกักตุนสินค้าหรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร จะต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบมาตรวัดและความเที่ยงตรงของหัวจ่ายน้ำมัน เพื่อให้ประชาชนได้รับปริมาณน้ำมันที่เต็มลิตรและเป็นธรรม
ขอความร่วมมือจากประชาชนและช่องทางแจ้งเบาะแส
ผู้ว่าฯ โคราช ขอให้ประชาชนมั่นใจในมาตรการตรวจสอบของทางจังหวัด และขอความร่วมมือให้วางแผนการเดินทางรวมถึงใช้น้ำมันเชื้อเพลิงอย่างประหยัด หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เป็นธรรมในการจำหน่ายน้ำมัน สามารถแจ้งเบาะแสมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เช่น ศูนย์ดำรงธรรม ตำรวจภูธรจังหวัด พลังงานจังหวัด การค้าภายในจังหวัด และพาณิชย์จังหวัด หรือสายด่วน 1567 และ 1569
สถานการณ์น้ำมันขาดแคลนในบางพื้นที่ของประเทศไทย เกิดจากหลายปัจจัย รวมถึงความตื่นตระหนกของประชาชนที่แห่ไปซื้อเก็บไว้ ทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ แม้ว่าทางการจะยืนยันว่าไทยไม่ขาดแคลนน้ำมันและไม่มีผู้กักตุนก็ตาม



