อิสราเอลโจมตีโดรนเลบานอนต่อ หลังตกลงถอนทหาร
อิสราเอลโจมตีโดรนเลบานอนต่อ หลังตกลงถอนทหาร

กองทัพอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอนอีกครั้ง เมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 เพียงหนึ่งวันหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงถอนกำลังทหารอิสราเอลบางส่วนออกจากภูมิภาคดังกล่าว การโจมตีครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความเปราะบางของข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและเลบานอน ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นหลังจากการเจรจาที่ยาวนาน

รายละเอียดการโจมตีและข้อตกลงถอนทหาร

เจ้าหน้าที่จากกองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) ว่า การโจมตีด้วยโดรนมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อกำลังพลของอิสราเอลในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งเป็นกลุ่มติดอาวุธที่มีอิทธิพลในเลบานอนตอนใต้ การโจมตีเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่อิสราเอลและเลบานอนตกลงกันในการเจรจาที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดยอิสราเอลยอมถอนทหารออกจากพื้นที่ทางเหนือและใต้ของแม่น้ำลิตานี (Litani River) และส่งมอบการควบคุมให้กับกองทัพเลบานอน

ความท้าทายต่อกระบวนการสันติภาพ

การโจมตีครั้งนี้ตอกย้ำถึงอุปสรรคสำคัญในการบรรลุสันติภาพที่ยั่งยืนในเลบานอน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งมีข้อเรียกร้องให้หยุดยิงในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอนที่อิสราเอลและฮิซบอลเลาะห์ปะทะกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน ความไม่แน่นอนของข้อตกลงทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดยิ่งขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ปฏิกิริยาจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์

กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ออกมาปฏิเสธข้อตกลงดังกล่าวทันที โดยเชค นาอิม กัสเซม เลขาธิการของกลุ่ม กล่าวในแถลงการณ์ว่า ข้อตกลงนี้คือ “การสูญเสียอธิปไตยแห่งเลบานอน” พร้อมย้ำว่ากลุ่มจะไม่ยอมรับการถอนทหารภายใต้เงื่อนไขที่ละเมิดอำนาจอธิปไตยของประเทศ ท่าทีดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความแตกแยกภายในเลบานอน และเพิ่มความซับซ้อนให้กับสถานการณ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การโจมตีของอิสราเอลและปฏิกิริยาของฮิซบอลเลาะห์ส่งผลกระทบต่อความพยายามของสหรัฐฯ ในการสร้างเสถียรภาพในตะวันออกกลาง นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงหยุดยิงที่เพิ่งบรรลุอาจล้มเหลวหากไม่มีการควบคุมการกระทำของทั้งสองฝ่ายอย่างเข้มงวด ขณะที่ประชาคมระหว่างประเทศเรียกร้องให้มีการเจรจาต่อไปเพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งครั้งใหญ่