สถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางสุ่มเสี่ยงลุกลามสู่สงครามเต็มรูปแบบ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านเปิดฉากยิงอาวุธถล่มตอบโต้กันอย่างดุเดือดเป็นคืนที่สองติดต่อกัน ส่งผลให้ข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวที่ทำไว้เมื่อเดือนเมษายนพังทลายลง ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยื่นคำขาดพร้อมถล่มซ้ำหากอิหร่านยังไม่ยอมลงนามข้อตกลงสันติภาพ
ปฏิบัติการโจมตีของสหรัฐฯ
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ แถลงว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เสร็จสิ้นปฏิบัติการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง โดยมุ่งเป้าไปที่ระบบเฝ้าระวังทางทหาร ระบบสื่อสาร เรดาร์ และฐานป้องกันภัยทางอากาศหลายแห่งในอิหร่าน โดยระบุว่าเป็นการตอบโต้ต่อสิ่งที่เรียกว่า "การรุกรานอย่างต่อเนื่องและไร้เหตุผล" ของอิหร่าน ก่อนการโจมตีไม่นาน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักอีกครั้ง หากรัฐบาลอิหร่านยังไม่ยอมลงนามในข้อตกลงสันติภาพกับสหรัฐฯ โดยทันที พร้อมกล่าวหาว่าอิหร่านใช้เวลานานเกินไปในการเจรจาเพื่อยุติสงครามอย่างถาวร
ปฏิกิริยาจากอิหร่าน
หลังการโจมตีของสหรัฐฯ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน หรือ IRGC ได้เปิดปฏิบัติการตอบโต้ทันที โดยระบุว่าได้ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ จำนวน 18 จุดในคูเวตและบาห์เรน รวมถึงกองเรือที่ 5 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ที่ประจำการอยู่ในบาห์เรน IRGC ยังอ้างว่าได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกล 12 ลูกใส่ฐานทัพอัลอัซรัคในจอร์แดน ซึ่งเป็นฐานบัญชาการของสหรัฐฯ เป็นคืนที่สองติดต่อกัน
ผลกระทบต่อภูมิภาค
ทางการคูเวตเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้เข้าสกัดเป้าหมายทางอากาศที่เป็นภัยคุกคาม ขณะที่บาห์เรนยืนยันว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดและทำลายการโจมตีจากอิหร่านได้สำเร็จ พร้อมมีการเปิดสัญญาณเตือนภัยทางอากาศทั่วประเทศในช่วงกลางดึก คูเวตยังประกาศปิดน่านฟ้าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ความตึงเครียดได้ขยายไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก โดยสื่อทางการอิหร่านรายงานว่าช่องแคบดังกล่าวถูกปิดการเดินเรือทุกประเภทอย่างสมบูรณ์ และ IRGC อ้างว่าได้โจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่แล่นผ่านพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ปฏิเสธรายงานดังกล่าว โดยยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดใช้งาน และเรือพาณิชย์ยังสามารถเดินทางผ่านได้ตามปกติ
ราคาน้ำมันพุ่งขึ้น
ความกังวลเกี่ยวกับการหยุดชะงักของการขนส่งพลังงานส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นทันที โดยน้ำมันดิบเบรนต์ ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงสำคัญของโลก พุ่งขึ้นเกือบ 2% แตะระดับประมาณ 95 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
รายงานการโจมตีในอิหร่าน
รายงานจากอิหร่านระบุว่า เกิดเสียงระเบิดในหลายเมืองทั่วประเทศ รวมถึงเมืองสิริก คาร์กัน บันดาร์อับบาส มีนาบ และคาราจ ใกล้พื้นที่ช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนขอบเขตการโจมตีที่ขยายตัวมากขึ้น
ความท้าทายต่อข้อตกลงหยุดยิง
สถานการณ์ล่าสุดถือเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุดต่อข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุร่วมกันเมื่อเดือนเมษายน ซึ่งเดิมมีกำหนดใช้เป็นเวลา 2 สัปดาห์ แม้หลังจากนั้นจะมีการยิงตอบโต้กันเป็นระยะ แต่ยังไม่ลุกลามกลับสู่สงครามเต็มรูปแบบ ชนวนของความรุนแรงรอบล่าสุดเริ่มต้นขึ้นหลังเฮลิคอปเตอร์โจมตีแบบอาปาเช่ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกใกล้ช่องแคบฮอร์มุซเมื่อต้นสัปดาห์ โดยสหรัฐฯ กล่าวหาอิหร่านว่าอยู่เบื้องหลัง ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในหลายประเทศทั่วภูมิภาค
ท่าทีของผู้นำอิหร่าน
นายมาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ยืนยันว่าอิหร่านจะยืนหยัดต่อสู้กับแรงกดดันและการคุกคามทุกรูปแบบ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวหาสหรัฐฯ ว่ากำลังบ่อนทำลายกระบวนการทางการทูตผ่านการส่งสัญญาณที่ขัดแย้งกัน
สถานการณ์ในเลบานอน
นอกจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านแล้ว การสู้รบในเลบานอนระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านยังดำเนินต่อเนื่อง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คนจากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลในภาคใต้ของเลบานอน
คำเตือนจากสหประชาชาติ
นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ เตือนว่าตะวันออกกลางกำลังถูกดึงเข้าสู่วิกฤตที่ลึกยิ่งขึ้น พร้อมระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงในปัจจุบันแทบไม่ต่างจาก "การลดระดับการยิง" มากกว่าจะเป็นการหยุดยิงที่แท้จริง นายกูเตอร์เรสเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันกลับสู่แนวทางทางการทูตโดยเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า "ต้องไม่มีการโจมตีเพิ่มเติม และต้องไม่มีข้ออ้างสำหรับความรุนแรงอีกต่อไป"
สงครามที่ดำเนินมาตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ได้คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วหลายพันราย และส่งผลกระทบต่อการขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติเหลวประมาณ 20% ของปริมาณการค้าทั่วโลก ทำให้ตลาดพลังงานและเศรษฐกิจโลกยังคงจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด



