สหรัฐอเมริกาได้ประกาศขึ้นบัญชีดำเกาหลีเหนืออย่างเป็นทางการในข้อหาฟอกเงินและการสนับสนุนการก่อการร้าย โดยมีผลทันทีตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 การดำเนินการครั้งนี้เป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเปียงยางที่ยังคงพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง
รายละเอียดการคว่ำบาตร
กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยรายชื่อบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือจำนวน 20 ราย ที่จะถูกอายัดทรัพย์สินและห้ามทำธุรกรรมทางการเงินกับสหรัฐฯ รวมถึงธนาคารพาณิชย์ของเกาหลีเหนือที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นช่องทางฟอกเงินให้กับโครงการอาวุธ
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีเหนือ
การคว่ำบาตรครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง โดยเฉพาะการค้าขายกับจีนและรัสเซียที่ต้องใช้ระบบการเงินระหว่างประเทศ นักวิเคราะห์ชี้ว่าเกาหลีเหนืออาจหันมาใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อหลบเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตร
- การอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางเกาหลีเหนือในต่างประเทศ
- การห้ามนำเข้าเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธ
- การจำกัดการเดินทางของเจ้าหน้าที่ระดับสูง
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
จีนและรัสเซียออกมาคัดค้านการคว่ำบาตรครั้งนี้ โดยระบุว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของเกาหลีเหนือ ขณะที่ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้แสดงท่าทีสนับสนุนสหรัฐฯ อย่างเต็มที่
เกาหลีเหนือตอบโต้ด้วยการทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกครั้งในวันเดียวกัน สร้างความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลีมากขึ้น
การขึ้นบัญชีดำครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่ต้องการกดดันเกาหลีเหนือให้กลับมาเจรจาเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์อีกครั้ง



