จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ ทั้งอีลอน มัสก์-ทิม คุก
จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ

จับตาทรัมป์เยือนจีน ขนบิ๊กซีอีโอสหรัฐฯ ร่วมคณะ ทั้งอีลอน มัสก์-ทิม คุก

การเดินทางเยือนจีนของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์นี้ กำลังถูกจับตาอย่างมาก หลังจากทำเนียบขาวเตรียมนำผู้บริหารระดับสูงจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ อาทิ อีลอน มัสก์ และทิม คุก ร่วมคณะอย่างคับคั่ง การเยือนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทูตทางการเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นภารกิจเศรษฐกิจระดับโลกที่เชื่อมโยงทั้งการค้า พลังงาน และเทคโนโลยี

เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเปิดเผยกับบีบีซีว่า มีผู้บริหารสหรัฐฯ รวม 17 คน ร่วมคณะเดินทางไปจีนกับทรัมป์ โดยบุคคลสำคัญที่ร่วมเดินทางประกอบด้วย อีลอน มัสก์ แห่งเทสลาและสเปซเอ็กซ์, ทิม คุก จากแอปเปิล รวมถึงลาร์รี่ ฟิงค์ จากแบล็กร็อก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจของการเยือนครั้งนี้

รายชื่อผู้บริหารระดับโลกร่วมคณะ

นอกจากมัสก์ คุก และฟิงก์แล้ว ยังมีรายชื่อผู้บริหารจากบริษัทระดับโลกอีกหลายแห่ง ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจโซเชียลมีเดีย ฮาร์ดแวร์ เทคโนโลยีชิป การบิน การเงิน ไปจนถึงภาคการผลิตและเกษตรกรรม เช่น เมตา โบอิง วีซ่า แบล็คสโตน คาร์กิลล์ ซิตี้ จีอี แอโรสเปซ โกลด์แมน แซคส์ อิลลูมินา และมาสเตอร์การ์ด ขณะที่ชัก รอบบิ้นส์ จากซิสโก้ได้รับเชิญเช่นกัน แต่ไม่สามารถร่วมเดินทางได้เนื่องจากติดประกาศผลประกอบการบริษัท

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การพบปะระหว่างทรัมป์และสี จิ้นผิง

การพบกันระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์และสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ถูกมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของข้อตกลงพักรบทางการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ หลังจากทั้งสองประเทศเคยเปิดสงครามภาษีตอบโต้กันอย่างหนัก จนภาษีนำเข้าบางรายการพุ่งเกินร้อยละ 100 แม้มาตรการภาษีส่วนใหญ่จะถูกระงับไว้ตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ. 2025 หลังการพบกันครั้งก่อนที่เกาหลีใต้ แต่ความสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยียังคงเปราะบาง

นักวิเคราะห์มองว่า การพาซีอีโอระดับโลกเดินทางไปจีนครั้งนี้ เป็นสัญญาณว่าทรัมป์ต้องการสร้างแรงหนุนจากภาคธุรกิจสหรัฐฯ เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นและลดแรงกระแทกจากความขัดแย้งระหว่างสองประเทศ

ประเด็นสำคัญอื่นๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นหารือ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะถูกหยิบยกขึ้นหารือคือสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก รายงานระบุว่า ทรัมป์เตรียมกดดันจีน ซึ่งพึ่งพาน้ำมันราคาถูกจากอิหร่าน ให้ช่วยผลักดันข้อตกลงระหว่างกรุงเตหะรานกับวอชิงตัน เพื่อยุติสงครามที่กำลังยืดเยื้อ