สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน ก่อนทรัมป์พบสี จิ้นผิง
สหรัฐฯ คว่ำบาตรรอบใหม่ ตัดเส้นทางน้ำมันอิหร่านไปจีน

รัฐบาลสหรัฐอเมริกาประกาศมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อบุคคลและบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งน้ำมันของอิหร่านไปยังประเทศจีน โดยมีขึ้นก่อนหน้าการเดินทางไปพบปะหารือระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เพียงไม่กี่วัน

รายละเอียดมาตรการคว่ำบาตร

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ว่าได้ขึ้นบัญชีคว่ำบาตรบุคคล 3 ราย และบริษัท 9 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทในฮ่องกง 4 แห่ง, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 แห่ง และอีก 1 บริษัทในโอมาน โดยทางการสหรัฐฯ ระบุว่าบริษัทและบุคคลเหล่านี้มีบทบาทช่วยเหลือกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ในการขายและขนส่งน้ำมันอิหร่านไปยังจีน ผ่านเครือข่ายบริษัทบังหน้าและธุรกรรมทางการเงินที่ซับซ้อน

ความเชื่อมโยงกับการประชุมสุดยอด

มาตรการคว่ำบาตรครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีกำหนดพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยคาดว่าหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการกดดันจีนให้ช่วยคลี่คลายความขัดแย้งกับอิหร่าน รวมถึงผลักดันให้มีการเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

บทบาทของ IRGC

สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติของสหรัฐฯ (OFAC) ระบุว่า IRGC ซึ่งวอชิงตันจัดให้เป็นองค์กรก่อการร้าย ใช้เครือข่ายบริษัทนอมินีและบริษัทบังหน้าในการรับเงินและดำเนินธุรกรรมขายน้ำมันอิหร่าน นายสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กล่าวว่ารัฐบาลทรัมป์จะเดินหน้าเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลเตหะรานต่อไป เพื่อสกัดแหล่งเงินทุนที่อาจถูกนำไปใช้สนับสนุนอาวุธ โครงการนิวเคลียร์ และกองกำลังตัวแทนในตะวันออกกลาง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การต่อยอดจากมาตรการก่อนหน้า

รายงานระบุว่ามาตรการล่าสุดต่อยอดจากการคว่ำบาตรเมื่อเดือนกรกฎาคม 2025 ที่พุ่งเป้าไปยังบริษัทโกลเด้น โกลบ ซึ่งสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเป็นบริษัทบังหน้าที่ช่วยดำเนินธุรกรรมขายน้ำมันของ IRGC มูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อปี บุคคลทั้ง 3 รายที่ถูกคว่ำบาตรในครั้งนี้ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานน้ำมันชาฮิด ปูร์จาฟารี ของ IRGC และมีหน้าที่ประสานการชำระเงินผ่านเครือข่ายบริษัทดังกล่าว

ผลกระทบทางการเมืองและเศรษฐกิจ

นักวิเคราะห์มองว่าการคว่ำบาตรรอบใหม่สะท้อนว่าสหรัฐฯ กำลังเพิ่มแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่ออิหร่านและจีน พร้อมเชื่อมโยงประเด็นพลังงานโลกเข้ากับเกมการเมืองระหว่างประเทศอย่างเข้มข้นมากขึ้น ท่ามกลางวิกฤตตะวันออกกลางที่ยังไร้ทางออกชัดเจน