สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารติดเชื้อฮันตาไวรัสหลังอพยพจากเรือสำราญ
สหรัฐฯผวา พบผู้โดยสารติดเชื้อฮันตาไวรัสหลังอพยพจากเรือ

เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันพบชาวอเมริกัน 1 รายติดเชื้อไวรัสฮันตา และอีก 1 รายมีอาการป่วยเล็กน้อย หลังอพยพลงมาจากเรือสำราญ "เอ็มวี ฮอนดิอุส" ซึ่งเกิดการระบาดของไวรัสจนมีผู้เสียชีวิต 3 ราย

การดำเนินการของสหรัฐฯ

กระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์สหรัฐฯ เปิดเผยว่า ผู้โดยสารทั้งสองคนที่เดินทางกลับสหรัฐฯ ด้วยเที่ยวบินเช่าเหมาลำของรัฐบาล ถูกแยกเดินทางในหน่วยชีวป้องกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง โดยขณะนี้พลเมืองอเมริกันทั้ง 17 คนที่อยู่บนเที่ยวบินดังกล่าว จะถูกส่งเข้ารับการประเมินอาการและตรวจคัดกรองเพิ่มเติมที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยเนแบรสกา

สถานการณ์บนเรือสำราญ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังเรือสำราญเอ็มวี ฮอนดิอุส (MV Hondius) ซึ่งจอดอยู่ที่หมู่เกาะคานารีของสเปน มีการระบาดของฮันตาไวรัสในหมู่ผู้โดยสาร โดยขณะนี้มีผู้โดยสารมากกว่า 90 คนถูกส่งตัวกลับประเทศ มีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ได้แก่ คู่สามีภรรยาชาวดัตช์ และหญิงชาวเยอรมัน โดยอย่างน้อย 2 คนได้รับการยืนยันว่าติดเชื้อฮันตาไวรัส

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คำเตือนจากองค์การอนามัยโลก

นายแพทย์ทีดรอส อัดฮานอม กีเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก เตือนว่าการที่สหรัฐฯ ไม่ปฏิบัติตามแนวทางของ WHO อาจมีความเสี่ยงต่อการควบคุมโรค

ความเห็นจาก CDC

อย่างไรก็ตาม นพ.เจย์ ภัตตาจารยา รักษาการผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (CDC) ระบุว่า ไม่ต้องการให้ประชาชนตื่นตระหนก เพราะการแพร่เชื้อจากคนสู่คนของฮันตาไวรัสเกิดขึ้นได้ยาก และไม่ควรถูกมองเหมือนการระบาดของโควิด-19

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สถานการณ์ในแต่ละประเทศ

  • ฝรั่งเศส: ยืนยันพบหญิงชาวฝรั่งเศสติดเชื้อฮันตาไวรัส และกำลังกักตัวในกรุงปารีส โดยอาการเริ่มทรุดลง
  • อังกฤษ: ส่งตัวพลเมือง 20 คนเข้ากักตัวที่โรงพยาบาล Arrowe Park ในเมืองวีร์รัล เป็นเวลา 72 ชั่วโมง แม้ยังไม่มีรายงานผู้มีอาการ
  • สเปน: บังคับกักตัวชาวสเปน 14 คนที่ถูกส่งกลับกรุงมาดริดในโรงพยาบาลทหาร
  • เนเธอร์แลนด์: รับเที่ยวบินอพยพผู้โดยสารและลูกเรือ 26 คนกลับประเทศ
  • ออสเตรเลีย: เตรียมรับผู้โดยสาร 6 คนกลับประเทศ พร้อมมาตรการเฝ้าระวังเพิ่มเติม

ที่มา : BBC