รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของลัตเวียประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่โดรนของยูเครน 2 ลำ บินข้ามพรมแดนและตกใส่แท็งก์เก็บน้ำมันจนเกิดการระเบิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
รายละเอียดเหตุการณ์
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอันดริส สพรูดส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของลัตเวีย ได้ประกาศลาออกเมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม 2569 หลังจากเกิดเหตุการณ์โดรนของยูเครน 2 ลำ บินข้ามพรมแดนมาจากฝั่งรัสเซียและพุ่งชนแท็งก์เก็บน้ำมันในลัตเวียเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการระเบิดและเพลิงไหม้อย่างรุนแรง
ปฏิกิริยาจากนายกรัฐมนตรี
ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ นางเอวิกา ซิลินา นายกรัฐมนตรีลัตเวีย ได้ออกมาเรียกร้องให้นายสพรูดส์ลาออกจากตำแหน่ง โดยระบุว่าระบบต่อต้านโดรนของประเทศไม่ได้ถูกติดตั้งและใช้งานได้รวดเร็วพอที่จะป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าวได้ พร้อมกันนี้เธอได้แต่งตั้ง พันเอก ไรวิส เมลนิส แห่งกองทัพลัตเวีย ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคนใหม่แทนนายสพรูดส์
การเรียกร้องให้นาโตเสริมกำลัง
ทั้งนี้ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ลัตเวียและลิทัวเนียได้เรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรนาโต (NATO) เร่งเสริมศักยภาพระบบป้องกันภัยทางอากาศในภูมิภาค หลังจากมีโดรน 2 ลำบินข้ามพรมแดนรัสเซียเข้ามาและเกิดการระเบิดที่คลังเก็บน้ำมันในลัตเวีย ซึ่งสร้างความกังวลด้านความมั่นคงให้กับประเทศในแถบทะเลบอลติก
คำชี้แจงจากยูเครน
ด้าน นายอันดรีย์ ซิบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของยูเครน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ ยืนยันว่าโดรนดังกล่าวเป็นของยูเครนจริง แต่ที่บินเข้าไปในลัตเวียนั้นเป็นผลมาจากการใช้สงครามอิเล็กทรอนิกส์ของรัสเซียที่จงใจเบี่ยงเบนทิศทางโดรนของยูเครนออกจากเป้าหมายในรัสเซีย นอกจากนี้ นายซิบีฮายังกล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า เพื่อเป็นการตอบโต้ต่อเหตุการณ์โดรนดังกล่าว ยูเครนกำลังพิจารณาส่งผู้เชี่ยวชาญไปช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยทางอากาศในกลุ่มประเทศแถบทะเลบอลติกด้วย



