สื่อของอิหร่านรายงานว่า สถานการณ์บริเวณชายฝั่งและเกาะต่างๆ ของอิหร่านเริ่มกลับสู่ภาวะปกติแล้ว หลังจากเกิดการยิงปะทะกับฝ่ายสหรัฐฯ โดยไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา
สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ
สถานีโทรทัศน์ Press TV ของอิหร่านรายงานว่า ภายหลังการยิงปะทะกันในช่วงไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา สถานการณ์บนเกาะต่าง ๆ ของอิหร่าน รวมถึงเมืองชายฝั่งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซได้กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วในขณะนี้
ด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) อ้างรายงานจากผู้สื่อข่าวของสื่อรัฐบาลในจังหวัดฮอร์โมซกัน (Hormozgan) ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของพื้นที่ชายฝั่งและเกาะต่าง ๆ ของอิหร่านตลอดแนวช่องแคบ โดยระบุว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานพลเรือนได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
การตอบโต้ของสหรัฐฯ
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นหลังจาก กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ “เซ็นต์คอม” (CENTCOM) แถลงว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังมุ่งเป้าโจมตีสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารของอิหร่าน ซึ่งเป็นจุดที่ใช้ในการปล่อยขีปนาวุธ โดรน และเรือเล็ก เพื่อโจมตีเรือรบอเมริกันขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ทั้งที่ “ไม่มีการยั่วยุก่อน”
“กองกำลังสหรัฐฯ ได้สกัดกั้นการโจมตีจากอิหร่านที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการยั่วยุ และได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีเพื่อป้องกันตนเอง ในขณะที่เรือพิฆาตติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีของกองทัพเรือสหรัฐฯ กำลังแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซมุ่งหน้าสู่อ่าวโอมาน เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม” CENTCOM ระบุ
โดยยืนยันว่า ไม่มีทรัพย์สินของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายจากการโจมตี ตามรายงานของ CENTCOM สิ่งอำนวยความสะดวกของอิหร่านที่ตกเป็นเป้าหมายของกองกำลังสหรัฐฯ ประกอบด้วย ฐานปล่อยขีปนาวุธและโดรน, ศูนย์บัญชาการและควบคุม รวมถึงหน่วยข่าวกรอง การเฝ้าระวัง และการลาดตระเวน
ความเสียหายในฝั่งอิหร่าน
ก่อนหน้านี้ สื่อทางการของอิหร่านรายงานว่า สิ่งอำนวยความสะดวกเชิงพาณิชย์บริเวณท่าเรือ “บาห์มัน” (Bahman Pier) บนเกาะเกชม์ (Qeshm Island) ตกเป็นเป้าหมายจากการปะทะกันระหว่างกองกำลังความมั่นคงของอิหร่านและ “ฝ่ายศัตรู”
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก



