เชียงใหม่ 'มรดกโลก' นับถอยหลัง 60 วัน ยูเนสโกตรวจพื้นที่ต้นสิงหาคมนี้
เชียงใหม่ 'มรดกโลก' นับถอยหลัง 60 วัน ยูเนสโกตรวจพื้นที่ต้นสิงหา

เชียงใหม่กำลังนับถอยหลังสู่การเป็นเมืองมรดกโลกอย่างเป็นทางการ หลังจากเหลือเวลาอีกไม่ถึง 60 วัน องค์การยูเนสโกจะส่งคณะผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งมรดกวัฒนธรรมในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ เพื่อพิจารณารองรับการขึ้นทะเบียนเชียงใหม่เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2570

อิโคโมสเตรียมลงตรวจ 8 แหล่งมรดกวัฒนธรรมล้านนา

สภาการโบราณสถานระหว่างประเทศ หรืออิโคโมส ซึ่งเป็นคณะผู้เชี่ยวชาญด้านอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมและที่ปรึกษาของยูเนสโก ร่วมกับคณะกรรมการมรดกโลก จะเดินทางมาตรวจสอบแหล่งมรดกเชียงใหม่ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เพื่อประเมินความพร้อมก่อนเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในเดือนมิถุนายน 2570 ซึ่งตรงกับวาระที่เมืองเชียงใหม่มีอายุครบ 730 ปี

นายศุภฤกษ์ ภาวิไล เลขาธิการสภาเมืองเชียงใหม่ และเลขานุการคณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลก เปิดเผยกับไทยพีบีเอสภาคเหนือระหว่างบรรยายให้กับชมรมมัคคุเทศก์จังหวัดเชียงใหม่ว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้เสนอ 8 แหล่งมรดกวัฒนธรรมภายใต้ชื่อ "อนุสรณ์สถานแหล่งต่างๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงแห่งล้านนา" เพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ซึ่งมีมนุษย์เข้ามาใช้พื้นที่ทำกิจกรรมตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

คณะทำงานขับเคลื่อนชุดใหญ่

คณะทำงานเร่งรัดการขับเคลื่อนนำเสนอแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่เป็นมรดกโลกมีนายบวรเวท รุ่งรุจี อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เป็นประธาน และดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน โดยมีศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชาย สายสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลปะร่วมจัดทำเอกสารเสนอ ซึ่งเอกสารดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาจากยูเนสโกแล้ว และอยู่ระหว่างรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการที่จะลงพื้นที่

เกณฑ์การนำเสนอเชียงใหม่สู่มรดกโลก

นายศุภฤกษ์กล่าวว่า การนำเสนอเชียงใหม่เป็นมรดกโลกเข้าหลักเกณฑ์ข้อ 2 และข้อ 3 โดยเกณฑ์ข้อ 2 แสดงให้เห็นพัฒนาการในการสร้างเมือง คติความเชื่อในทางพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทที่รับอิทธิพลศิลปะหริภุญชัย ศิลปะพุกาม และศิลปะสุโขทัย ผสมผสานอย่างลงตัวจนพัฒนาเป็นเอกลักษณ์ที่เรียกว่า "ศิลปะล้านนา" ที่ยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน ส่วนเกณฑ์ข้อ 3 ระบุว่าเมืองเชียงใหม่เป็นตัวแทนของเมืองโบราณในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมล้านนา หรือ "อาณาจักรล้านนา" ซึ่งเจริญอยู่ในเขตภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย มีเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง พบหลักฐานโบราณคดีและประติมากรรมที่มีรูปแบบเดียวกัน สะท้อนการอยู่ร่วมกันและการนับถือพุทธศาสนาแบบเถรวาทที่แสดงออกทางสถาปัตยกรรม ประติมากรรม งานประณีตศิลป์ และขนบธรรมเนียมประเพณีที่มีลักษณะเฉพาะ มีการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 19 จนถึงปัจจุบัน

8 แหล่งมรดกวัฒนธรรมเชียงใหม่

คณะกรรมการได้แบ่งอนุสรณ์สถานและภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงล้านนา ออกเป็น 3 องค์ประกอบที่สัมพันธ์กัน ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนบนบริเวณที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง ประกอบด้วย

  • องค์ประกอบที่ 1: เมืองเชียงใหม่และโบราณสถานสำคัญภายในเมือง ประกอบด้วย คูเมือง กำแพงเมือง วัดเชียงมั่น วัดพระสิงห์ วัดเจดีย์หลวง และวัดสวนดอก
  • องค์ประกอบที่ 2: โบราณสถานวัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม และวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร
  • องค์ประกอบที่ 3: โบราณสถานวัดมหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด)

ทั้ง 3 องค์ประกอบอยู่ในเขตอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

รายละเอียด 8 แหล่งมรดกวัฒนธรรม

1. คูเมือง กำแพงเมือง: สะท้อนพัฒนาการสร้างและปกป้องเมืองเชียงใหม่ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนาระหว่าง พ.ศ. 1839-2107 โดยพญามังรายสร้างเมืองบนที่ราบลุ่มระหว่างแม่น้ำปิงและดอยสุเทพ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมเกือบจัตุรัส กว้างยาวด้านละ 1.6 กิโลเมตร มีกำแพงเมืองและคูเมืองล้อมรอบ กำแพงเมืองเป็นคันดินก่ออิฐส่วนบนเป็นเชิงเทินและเสมา

2. วัดเชียงมั่น: วัดแห่งแรกของเมืองเชียงใหม่ สร้างโดยพญามังรายหลังจากสร้างเมืองเสร็จ ภายในมีเจดีย์ทรงปราสาทยอดเดียวแบบล้านนา ซึ่งพัฒนามาจากเจดีย์ทรงปราสาทห้ายอดที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะพุกาม เจดีย์รูปแบบนี้เป็นลักษณะเฉพาะของล้านนาที่สืบทอดมาจนหมดยุคอาณาจักรล้านนา

3. วัดอุโมงค์ สวนพุทธธรรม: วัดป่าเมืองเชียงใหม่ สถานที่ปฏิบัติธรรมที่มีอุโมงค์ทางเดินและกุฏิวิปัสสนาใต้เนินเขา เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงระฆังที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะพุกามและลังกา ถือเป็นต้นแบบเจดีย์ทรงระฆังในศิลปะล้านนา จิตรกรรมภายในผนังกรุเป็นเรื่องอดีตพระพุทธเจ้า ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ

4. วัดพระสิงห์ วรมหาวิหาร: สถานที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์พระคู่เมืองเชียงใหม่ ภายในมีวิหารลายคำที่งดงามพร้อมจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องชาดกและวิถีชีวิตชาวล้านนา หอไตรเป็นตัวอย่างหอไตรที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในล้านนา

5. วัดเจดีย์หลวง วรวิหาร: มีเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในล้านนา ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสกว้างยาวด้านละ 65 เมตร เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต สร้างโดยพระเจ้าแสนเมืองมาและสร้างต่อโดยพระเจ้าติโลกราช ปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐานและเรือนธาตุเนื่องจากแผ่นดินไหว

6. วัดสวนดอก พระอารามหลวง: หรือวัดบุปผาราม สร้างโดยพระเจ้ากือนาเพื่อเป็นที่พำนักของพระสุมนเถรจากสุโขทัย เจดีย์ประธานได้รับอิทธิพลทั้งศิลปะสุโขทัยและพุกาม เป็นจุดเริ่มต้นของการเผยแพร่พุทธศาสนาแบบเถรวาทในล้านนา

7. วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร: ศูนย์รวมศรัทธาและสัญลักษณ์ของเชียงใหม่ สร้างในสมัยพระเจ้ากือนาเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ มีบันไดนาคทางขึ้นและระเบียงคดล้อมรอบองค์พระธาตุ ถือเป็นศูนย์กลางจักรวาลตามคติพุทธศาสนา

8. วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง: หรือวัดมหาโพธาราม สถานที่สังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลกและครั้งแรกในประเทศไทย สร้างจำลองจากเจดีย์พุทธคยาในอินเดีย มีวิหารมหาโพธิ์และสัตตมหาสถานครบถ้วน เป็นสถาปัตยกรรมแห่งเดียวในล้านนาและประเทศไทย

ประโยชน์ที่เชียงใหม่จะได้รับเมื่อเป็นมรดกโลก

เอกสารขอขึ้นบัญชีมรดกโลกระบุประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 8 ประการ ได้แก่

  1. ได้รับความสนใจจากภาครัฐและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมอย่างยั่งยืน
  2. ได้รับการสนับสนุนจากยูเนสโกในกรณีเกิดภัยพิบัติ เช่น อุทกภัย แผ่นดินไหว ทั้งงบประมาณและผู้เชี่ยวชาญ
  3. ด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการท่องเที่ยวและภาคบริการต่อเนื่อง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น
  4. เกิดความตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมภายในเมืองเพื่อรองรับจำนวนผู้มาเยือนที่เพิ่มขึ้น
  5. ด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบขนส่งสาธารณะ และการพัฒนาคมนาคมเป็นศูนย์กลางบริการต่อเนื่องในภาคท่องเที่ยว
  6. โอกาสพัฒนาในชุมชนอย่างเป็นระบบโดยการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม
  7. เพิ่มความตระหนักรู้และความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น ทั้งก่อนและหลังการเป็นมรดกโลก
  8. สามารถส่งต่อกระบวนการให้คนรุ่นต่อไปมีความเข้าใจและจิตสำนึกต่อแหล่งมรดกโลกในพื้นที่ของตนเอง

ความพร้อมของชาวเชียงใหม่

นายศุภฤกษ์มองว่าปัญหาสำคัญในตอนนี้คือการรับรู้และการมีส่วนร่วมของชาวเชียงใหม่ คณะกรรมการอิโคโมสจะลงตรวจพื้นที่เป็นเวลา 5 วัน หลังตรวจเสร็จคาดว่าจะประกาศเชียงใหม่เป็นมรดกโลกได้ในกลางเดือนมิถุนายน 2570 ซึ่งเป็นปีที่เมืองเชียงใหม่มีอายุครบ 730 ปี ส่วนตอนนี้สิ่งที่ทำได้คือเตรียมเมือง ทาสีเมือง และขอความร่วมมือภาคเอกชนปรับภูมิทัศน์เมืองบริเวณป้ายโฆษณาใกล้สถานที่สำคัญ