สหราชอาณาจักรจัดประชุม 30 ชาติ หวังเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านโจมตีเส้นทางพลังงานสำคัญ
อังกฤษจัดประชุม 30 ชาติ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านโจมตี (02.04.2026)

สหราชอาณาจักรเร่งจัดการประชุม 30 ชาติ หาทางเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังอิหร่านโจมตีเส้นทางพลังงานสำคัญ

ในวันที่ 2 เมษายน 2569 รัฐบาลสหราชอาณาจักรภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ได้ตัดสินใจยกระดับบทบาททางการทูตด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดเสมือนจริง (Virtual Summit) เพื่อหารือร่วมกับตัวแทนจากประมาณ 30 ประเทศทั่วโลก เกี่ยวกับแนวทางและความเป็นไปได้ในการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" อีกครั้ง การประชุมครั้งสำคัญนี้จะมี อีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอังกฤษ เป็นประธานในที่ประชุม โดยมีวาระหลักอยู่ที่การพิจารณาขั้นตอนทางการทูตและการเมืองเพื่อคลี่คลายวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น

สหรัฐฯ ไม่เข้าร่วมประชุม สะท้อนรอยร้าวกับพันธมิตร

อย่างไรก็ตาม มีรายงานที่น่าสนใจระบุว่า สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นคู่ขัดแย้งหลักในภูมิภาค ไม่มีกำหนดการที่จะเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงรอยร้าวและแนวทางการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันระหว่างวอชิงตันและกลุ่มพันธมิตรตะวันตก หลังจากอิหร่านประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซ และเปิดฉากโจมตีเรือบรรทุกสินค้าและเรือน้ำมันหลายลำเพื่อตอบโต้การทำสงครามของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานโลก พุ่งทะยานจากระดับ 73 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นไปสูงกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐอย่างรวดเร็ว สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อค่าครองชีพของประชาชนทั่วโลก ก่อนการประชุมจะเริ่มต้นเพียง 1 วัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิกลุ่มประเทศพันธมิตรอย่างรุนแรง โดยระบุว่าชาติอื่น ๆ ควรรวบรวมความกล้าที่ล่าช้ามานาน และลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรือนี้ด้วยตนเอง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ความท้าทายเร่งด่วนและทางเลือกที่ยากลำบาก

สถานการณ์นี้บีบให้สหราชอาณาจักรและชาติอื่น ๆ ต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบาก ระหว่างการเข้าไปมีบทบาทในการรักษาความมั่นคงทางทะเล กับการระมัดระวังไม่ให้ตัวเองต้องถูกดึงเข้าสู่สงครามที่ขยายตัววงกว้างกับอิหร่าน สำหรับรายชื่อประเทศที่จะเข้าร่วมการประชุมคาดว่าจะเป็นกลุ่มรัฐบาลที่เคยร่วมลงนามในแถลงการณ์ร่วมเมื่อช่วงกลางเดือน มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเรียกร้องให้กองกำลังอิหร่านยุติการโจมตีเรือพาณิชย์

  • กลุ่มประเทศดังกล่าวประกอบด้วยชาติมหาอำนาจและพันธมิตรสำคัญ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมนี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย รวมถึงบางประเทศในแถบอ่าวเปอร์เซีย
  • ทางด้าน เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของลอนดอนว่า รัฐบาลกำลังสำรวจทุกช่องทางการทูตที่มีอยู่ เพื่อเป้าหมายในการเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง
  • นอกจากนี้ยังระบุว่าคณะวางแผนทางทหารของอังกฤษกำลังพิจารณาสิ่งที่สามารถทำได้ในอนาคต เพื่อทำให้ช่องแคบแห่งนี้สามารถเข้าถึงได้และมีความปลอดภัยหลังจากที่การสู้รบสิ้นสุดลง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายเร่งด่วนที่ผู้นำอังกฤษและชาติต่าง ๆ ต้องแบกรับคือ ความเดือดร้อนของประชาชนจากวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงตามราคาพลังงาน การประชุมครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการหาทางออกทางการทหารหรือการทูตเท่านั้น แต่คือการกู้คืนเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่กำลังสั่นคลอนอย่างหนักในขณะนี้