เกาหลีใต้ประกาศ 'สภาวะสงคราม' รับมือวิกฤตพลังงานจากตะวันออกกลาง เร่งงบ 2.62 ล้านล้านวอน
สถานการณ์ความมั่นคงทางพลังงานและภูมิรัฐศาสตร์โลกกำลังเผชิญความตึงเครียดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อผู้นำจากประเทศพันธมิตรสำคัญอย่างเกาหลีใต้และสหรัฐอเมริกาออกมาแสดงจุดยืนที่สะท้อนถึงความรุนแรงของวิกฤตการณ์ในปัจจุบัน
อี แจมยอง เปรียบวิกฤตพลังงานเป็น 'สงคราม' เร่งอนุมัติงบ 'เขื่อนกันคลื่น'
ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ได้ใช้เวทีการแถลงงบประมาณ ณ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ เปรียบเทียบสถานการณ์ปากท้องของประชาชนในขณะนี้ว่าไม่ต่างจาก 'สภาวะสงคราม' อันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานที่ลุกลามมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
ในการแถลงต่อรัฐสภาวันนี้ ประธานาธิบดีอี แจมยอง ได้เรียกร้องให้มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมจำนวน 26.2 ล้านล้านวอน (ประมาณ 570,000 ล้านบาท) อย่างเร่งด่วน โดยระบุว่านี่ไม่ใช่เพียงฝนที่ตกลงมาแล้วผ่านไป แต่คือพายุลูกใหญ่ที่ยังไม่เห็นจุดสิ้นสุด
แม้สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และอิหร่าน จะยุติลงในวันพรุ่งนี้ แต่การฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในตะวันออกกลางเพื่อให้กลับมามีเสถียรภาพนั้นยังต้องใช้เวลาอีกนาน
รายละเอียดของงบประมาณฉบับนี้ประกอบด้วย:
- มาตรการเยียวยาด้วยเงินสดจำนวน 4.8 ล้านล้านวอน ให้แก่ประชาชนประมาณ 35.8 ล้านคน
- จัดสรรงบ 5 ล้านล้านวอนเพื่อตรึงราคาเชื้อเพลิงและบริหารจัดการความเสี่ยงในการจัดหาแนฟทา
- อีก 1.9 ล้านล้านวอนเพื่อสนับสนุนการจ้างงานและกลุ่มสตาร์ตอัปรุ่นใหม่
ผู้นำเกาหลีใต้ย้ำว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบาย 'ไม่อดทน' (Zero-tolerance) ต่อการกักตุนสินค้าหรือการฉวยโอกาสทำกำไรเกินควรในช่วงวิกฤต พร้อมขอความร่วมมือประชาชนให้ประหยัดพลังงาน เช่น การใช้ระบบขนส่งสาธารณะ
ทรัมป์วิจารณ์เกาหลีใต้ 'ไร้น้ำใจ' เรียกร้องให้ช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน ณ กรุงวอชิงตัน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ในระหว่างงานเลี้ยงอาหารกลางวันเนื่องในเทศกาลอีสเตอร์ โดยพุ่งเป้าโจมตีเกาหลีใต้และชาติพันธมิตรอื่น ๆ อย่างดุเดือด
ทรัมป์ระบุว่าเกาหลีใต้ 'ไม่มีน้ำใจ' ต่อสหรัฐฯ ในภารกิจรักษาความปลอดภัยทางทะเลที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยกล่าวเน้นย้ำด้วยความไม่พอใจว่า จะปล่อยให้เกาหลีใต้จัดการเอง เพราะเขาไม่เคยช่วยอะไรเราเลย ทั้งที่เรามีทหารอเมริกันถึง 45,000 นาย ที่ต้องเสี่ยงอันตรายอยู่ท่ามกลางสถานการณ์ที่ใกล้กับกองกำลังนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
นอกจากนี้ทรัมป์ยังตำหนิไปถึงญี่ปุ่นและจีน โดยระบุว่าชาติเหล่านี้พึ่งพาน้ำมันจากช่องแคบฮอร์มุซถึงร้อยละ 90 ควรเป็นหน้าที่ของประเทศเหล่านี้ที่จะส่งกองเรือรบไปคุ้มครองเรือสินค้าของตนเอง แทนที่จะรอความช่วยเหลือจากสหรัฐฯ เพียงฝ่ายเดียว
ทรัมป์ยังส่งสัญญาณชัดเจนว่า สหรัฐฯ จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในช่องแคบฮอร์มุซอีกต่อไป หากประเทศที่ได้รับผลกระทบต้องการน้ำมัน ก็ควรหันมาซื้อน้ำมันจากสหรัฐฯ หรือไม่ก็บุกไปที่ช่องแคบแล้วเอามา
ท่าทีที่แข็งกร้าวนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่พันธมิตรหลายชาติปฏิเสธคำร้องขอของทรัมป์ในการส่งความช่วยเหลือทางเรือเพื่อออกลาดตระเวนในพื้นที่ขัดแย้ง
วิกฤตพลังงานครั้งนี้เป็นบททดสอบสำคัญของเกาหลีใต้
วิกฤตการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของเกาหลีใต้ ซึ่งพึ่งพาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางเป็นหลัก หากช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิด เศรษฐกิจของเกาหลีใต้ที่กำลังชะลอตัวอาจเข้าสู่ภาวะวิกฤตที่ยากจะเยียวยา
โดยรัฐสภาเกาหลีใต้คาดว่าจะมีการลงมติเห็นชอบงบประมาณฉบับสภาวะสงครามนี้ในวันที่ 10 เม.ย. เพื่อใช้เป็นเขื่อนกันคลื่นพิทักษ์เสถียรภาพของประเทศต่อไป



