นักวิชาการถอดรหัสถ้อยแถลงทรัมป์ ชี้โจมตีอิหร่านหนัก 2-3 สัปดาห์ สหรัฐฯ อยู่จุดตัดสินอนาคต
ทรัมป์โจมตีอิหร่าน 2-3 สัปดาห์ นักวิชาการชี้สหรัฐฯ อยู่จุดตัดสินอนาคต (02.04.2026)

นักวิชาการถอดรหัสถ้อยแถลงทรัมป์ ชี้โจมตีอิหร่านหนัก 2-3 สัปดาห์ สหรัฐฯ อยู่จุดตัดสินอนาคต

วันนี้ (2 เมษายน 2569) ผศ.มาโนชญ์ อารีย์ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้วิเคราะห์ถ้อยแถลงล่าสุดของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เกี่ยวกับสงครามกับอิหร่าน โดยชี้ให้เห็นนัยสำคัญและความเป็นไปได้ในการยุติความขัดแย้งครั้งนี้

ทรัมป์ประกาศโจมตีอิหร่านหนัก 2-3 สัปดาห์: ความไม่แน่นอนและกลยุทธ์

จากการแถลงของทรัมป์ที่ระบุว่าจะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ผศ.มาโนชญ์มองว่า สิ่งนี้สะท้อนถึงความไม่ชัดเจนในผลลัพธ์และทิศทางของสงคราม ทรัมป์อาจต้องการยุติเกมการสู้รบให้เร็วภายในกรอบเวลาดังกล่าว แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่มั่นใจว่าจะจบลงอย่างไร และไม่หวังให้การสู้รบยืดเยื้อเกิน 2-3 เดือน

ในถ้อยแถลง ทรัมป์พยายามสื่อว่าสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จแล้วในการสังหารผู้นำอิหร่าน เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง และสร้างกลุ่มอำนาจใหม่ที่ดูดีในอิหร่าน รวมถึงปกป้องลูกหลานชาวอเมริกันจากภัยนิวเคลียร์ โดยเปรียบเทียบกรอบเวลาสงครามกับสงครามโลกครั้งที่ 1 หรือสงครามเกาหลีที่ยาวนาน ขณะที่การสู้รบกับอิหร่านใช้เวลาเพียง 30 กว่าวัน จากเดิมที่กำหนด 4 สัปดาห์ แต่ยังไม่สามารถปิดจบได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เหตุผลเบื้องหลังกรอบเวลา 2-3 สัปดาห์: การดึงพันธมิตรอาหรับ

ผศ.มาโนชญ์ชี้ว่า เหตุผลสำคัญที่ทรัมป์ยืดเยื้อเวลาออกไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน และอาจโจมตีต่ออีก 2-3 สัปดาห์ คือความพยายามดึงพันธมิตรอาหรับ เช่น ปากีสถาน ซาอุดีอาระเบีย อียิปต์ ตุรกี และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เข้าร่วมในการโจมตี อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศเหล่านี้พยายามเดินเกมทั้งเปิดเผยและลับเพื่อหลีกเลี่ยงการกระโดดเข้าสู่สงคราม

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ในช่วง 1 สัปดาห์ก่อนถึงวันที่ 6 เมษายน คาดว่าสหรัฐฯ จะเปิดการโจมตีอิหร่านอย่างหนัก จากนั้นจะพยายามชักชวนอาหรับให้ร่วมมือ หากอาหรับเข้าร่วม การสู้รบอาจสิ้นสุดภายใน 2 สัปดาห์ และหยุดยิงในสัปดาห์ที่ 3 แต่ทรัมป์เองก็ยังไม่แน่ใจว่าผลจะออกมาเช่นไร เนื่องจากขึ้นอยู่กับตัวแปรอื่นๆ

อนาคตสหรัฐฯ: คุมเบ็ดเสร็จหรือจุดเริ่มต้นของจุดจบ

ผศ.มาโนชญ์กล่าวว่า สำหรับสหรัฐฯ นั้นต้องการจบสงครามและถอนตัวภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ แต่ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะกลับสู่ปกติ หากอาหรับกระโดดเข้าสู่สงคราม สหรัฐฯ จะถอยออกมาทันที ขายอาวุธอยู่เบื้องหลัง และให้อาหรับรบกับอิหร่านต่อไป ในทางกลับกัน หากอาหรับไม่เข้าร่วม สหรัฐฯ จะโจมตีอย่างหนักแล้วถอนตัวไป

เขายังชี้ให้เห็นถึงสองฉากทัศน์สำหรับสหรัฐฯ: การควบคุมอิทธิพลในตะวันออกกลางได้เบ็ดเสร็จและจัดการอิหร่านได้ราบคาบ กับ การเข้าสู่จุดเริ่มต้นของจุดจบในฐานะมหาอำนาจ เนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขันระหว่างประเทศมหาอำนาจเพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่ ซึ่งต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงในตะวันออกกลาง

อิหร่านกับช่องแคบฮอร์มุซ: การจัดระเบียบภูมิภาคใหม่

ผศ.มาโนชญ์ระบุว่า หลังจากสงคราม อิหร่านอาจใช้ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบภูมิภาคและการเดินเรือใหม่ โดยแสวงหาพันธมิตรและโดดเดี่ยวสหรัฐฯ กับอิสราเอล ผ่านการตัดสินใจว่าประเทศใดจะได้สิทธิพิเศษในการเดินเรือผ่าน ขึ้นอยู่กับท่าทีของแต่ละประเทศ

ตัวอย่างเช่น อิตาลีและสเปนเริ่มตีตัวออกห่างจากสหรัฐฯ ด้วยการไม่ให้ใช้ฐานทัพต่อต้านอิหร่าน สะท้อนว่าหลายประเทศต้องการวางตัวเป็นกลางและหวังสิทธิพิเศษในช่องแคบฮอร์มุซ

พันธมิตรใหม่และอนาคตภูมิภาค

ผศ.มาโนชญ์กล่าวเสริมว่า ระเบียบในตะวันออกกลางกำลังเปลี่ยนแปลง โดยพันธมิตรความมั่นคงกลุ่มใหม่ของประเทศมุสลิมที่เข้มแข็ง เช่น ตุรกีที่มีอุตสาหกรรมอาวุธล้ำหน้า ปากีสถานที่มีอาวุธนิวเคลียร์ อียิปต์ที่อยู่ใกล้อิสราเอล และซาอุดีอาระเบีย จะจัดกลุ่มเพื่อรับประกันความมั่นคงร่วมกัน

อิหร่านจะกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในภูมิภาค และส่งสัญญาณให้ลดอิทธิพลของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง โดยอาจโจมตีฐานทัพและทหารสหรัฐฯ ในพื้นที่ต่างๆ ขณะที่อิสราเอลพยายามโน้มน้าวประเทศอาหรับให้โจมตี ซึ่งอาจเกิดขึ้นแบบคู่ขนานกัน

สรุปแล้ว การวิเคราะห์ของผศ.มาโนชญ์ชี้ให้เห็นว่าการถ้อยแถลงของทรัมป์ไม่เพียงสะท้อนกลยุทธ์ทางทหาร แต่ยังเกี่ยวข้องกับอนาคตของสหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์ข้างหน้า