สหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายอาวุธมูลค่าประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับอิสราเอล ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในฉนวนกาซา กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศในวันอังคารที่ผ่านมา โดยระบุว่าการขายครั้งนี้จะช่วยสนับสนุนความมั่นคงในระยะยาวของอิสราเอล
รายละเอียดของข้อตกลง
ข้อตกลงดังกล่าวรวมถึงการจัดหาเครื่องยิงจรวดและกระสุนปืนครก รวมถึงระบบอาวุธนำวิถีที่มีความแม่นยำสูง มูลค่ารวมประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าการขายครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความสามารถในการป้องกันตนเองของอิสราเอล และสอดคล้องกับผลประโยชน์ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
ปฏิกิริยาจากนานาชาติ
การอนุมัติการขายอาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติเกี่ยวกับการดำเนินการทางทหารของอิสราเอลในกาซา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยุติการส่งอาวุธให้อิสราเอล แต่รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่าการขายอาวุธครั้งนี้เป็นไปตามกฎหมายและนโยบายต่างประเทศ
ผลกระทบต่อความขัดแย้ง
ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการส่งอาวุธครั้งนี้อาจทำให้ความขัดแย้งในกาซายืดเยื้อออกไป เนื่องจากอิสราเอลจะมีขีดความสามารถทางทหารเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มฮามาสและกลุ่มติดอาวุธอื่นๆ ยังคงต่อสู้กับกองกำลังอิสราเอล การเจรจาหยุดยิงยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก
การขายอาวุธครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความช่วยเหลือทางทหารประจำปีที่สหรัฐฯ มอบให้อิสราเอล ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายใต้ข้อตกลงความช่วยเหลือทางทหารระยะเวลา 10 ปีที่ลงนามในปี 2016



