ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล กรณีมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92
รายละเอียดคำร้อง
กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครอง จากการเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รวมถึงการเคลื่อนไหวต่างๆ ที่มุ่งเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
มติศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณาได้ จึงมีมติรับคำร้องไว้ และให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่าพรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาล และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญในการเสนอความคิดเห็นและผลักดันนโยบาย
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องครั้งนี้สร้างความกังวลในแวดวงการเมือง เนื่องจากหากศาลวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลให้คณะกรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร
- พรรคก้าวไกลเป็นพรรคอันดับหนึ่งในสภา มี สส. 151 คน
- การยุบพรรคจะทำให้ สส. ต้องย้ายไปอยู่พรรคอื่นภายใน 60 วัน
- อาจส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลและการเมืองในอนาคต
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 10 เมษายน 2567 โดยให้พรรคก้าวไกลส่งเอกสารหลักฐานภายในวันที่ 25 มีนาคม 2567



