ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้องยุบพรรคก้าวไกล ชี้มีมูลความผิด
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคำร้องยุบพรรคก้าวไกล

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ขอให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

รายละเอียดคำร้อง

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2567 กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยยุบพรรคก้าวไกล ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 92 ซึ่งระบุว่า หากพรรคการเมืองใดมีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง หรือกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคนั้น

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า การที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ไขมาตรา 112 นั้น เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต และมีลักษณะล้มล้างการปกครอง แต่ยังไม่มีการยุบพรรคในขณะนั้น ต่อมา กกต. ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม และเห็นว่าพรรคก้าวไกลยังคงมีพฤติกรรมที่เข้าข่าย จึงยื่นคำร้องให้ยุบพรรค

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กำหนดนัดฟังคำวินิจฉัย

ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 31 มกราคม 2568 เวลา 13.00 น. โดยให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาล และยืนยันว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการให้กฎหมายมีความเป็นธรรม ไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ

ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลเคารพกระบวนการยุติธรรม และขอให้ทุกฝ่ายรอฟังคำวินิจฉัยของศาล ขณะที่กลุ่มนักศึกษาและนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหลายกลุ่มออกมาแสดงท่าทีคัดค้านการยุบพรรค โดยเห็นว่าเป็นการจำกัดเสรีภาพทางการเมือง

หากศาลมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคก้าวไกล จะส่งผลให้กรรมการบริหารพรรคถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี และสมาชิกพรรคจะต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่นภายใน 60 วัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยอย่างมีนัยสำคัญ