ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานในคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องขอให้วินิจฉัยสถานภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณีถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกิจการสื่อสารมวลชน ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ
ไต่สวนพยานปากสำคัญ
การไต่สวนในวันนี้ ศาลได้สอบพยานบุคคลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะนายพิธาเองที่ให้การต่อศาลว่า การถือหุ้นไอทีวีเป็นกรรมสิทธิ์ของกองมรดกบิดา และตนไม่ได้เข้าไปบริหารจัดการหรือมีส่วนได้เสียใดๆ ในบริษัทดังกล่าว นอกจากนี้ ฝ่ายผู้ร้องยังได้นำพยานหลักฐานเพิ่มเติมมาแสดงต่อศาลด้วย
ข้อกล่าวหาและข้อต่อสู้
ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นคำร้องระบุว่า การถือหุ้นไอทีวีของนายพิธาเป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ซึ่งห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการสื่อสารมวลชน แต่นายพิธายืนยันว่าบริษัทไอทีวีไม่ได้ประกอบกิจการสื่อสารมวลชนแล้ว เนื่องจากถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ตั้งแต่ปี 2550 และปัจจุบันเป็นเพียงบริษัทที่ไม่ได้ดำเนินธุรกิจใดๆ
กำหนดการนัดฟังคำวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 24 มกราคม 2568 โดยคาดว่าคำวินิจฉัยนี้จะส่งผลกระทบต่อสถานภาพทางการเมืองของนายพิธาและพรรคก้าวไกลอย่างมีนัยสำคัญ หากศาลวินิจฉัยว่าสถานภาพ ส.ส. สิ้นสุดลง นายพิธาจะต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. และอาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองตามกฎหมาย
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
คดีนี้เป็นหนึ่งในหลายคดีที่ถูกจับตาว่าอาจเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในสภา โดยพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก กำลังเผชิญกับแรงกดดันทางกฎหมายหลายด้าน ขณะที่นายพิธายังคงยืนยันความบริสุทธิ์และพร้อมต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม



