ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยล่าสุด ซึ่งดำเนินการโดยสถาบันวิจัยชื่อดัง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเห็นด้วยกับการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน โดยมีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 67.5 ของผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด ขณะที่อีกร้อยละ 22.3 ไม่เห็นด้วย และอีกร้อยละ 10.2 ระบุว่าไม่แน่ใจหรือไม่มีความเห็น
ประเด็นสำคัญที่ต้องการแก้ไข
เมื่อสอบถามถึงประเด็นที่ต้องการให้มีการแก้ไขมากที่สุด พบว่า ประชาชนให้ความสำคัญกับเรื่องสิทธิและเสรีภาพของประชาชนเป็นอันดับแรก โดยมีผู้ตอบถึงร้อยละ 45.2 รองลงมาคือการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นร้อยละ 28.7 การลดบทบาทขององค์กรอิสระร้อยละ 15.3 และการปรับปรุงระบบการเลือกตั้งร้อยละ 10.8
นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอให้แก้ไขในส่วนของที่มาของวุฒิสภา การกำหนดคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรี และการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะในกระบวนการออกกฎหมายและการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
ความเห็นของกลุ่มตัวอย่าง
นายสมชาย (นามสมมุติ) วัย 45 ปี อาชีพพนักงานบริษัท กล่าวว่า “ผมเห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรมนูญ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันถูกออกแบบมาเพื่อจำกัดอำนาจของนักการเมืองบางกลุ่ม แต่กลับกลายเป็นว่าทำให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพน้อยลง อยากให้แก้ไขเพื่อให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น”
ด้านนางสาววิไล (นามสมมุติ) วัย 28 ปี อาชีพรับจ้าง กล่าวว่า “ไม่แน่ใจว่าการแก้รัฐธรรมนูญจะช่วยอะไรได้ เพราะที่ผ่านมาก็มีการแก้กันหลายครั้งแต่ปัญหาก็ยังเหมือนเดิม อยากให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชนมากกว่า”
ข้อเสนอแนะจากผู้เชี่ยวชาญ
รศ.ดร.วิชัย ภู่ระหงษ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยชื่อดัง กล่าวว่า ผลโพลครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังคงต้องการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะในเรื่องสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วม อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อเสถียรภาพของประเทศ และควรเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง
ด้านนายกิตติพงษ์ (นามสมมุติ) นักกิจกรรมทางการเมือง กล่าวว่า “การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเพียงจุดเริ่มต้น สิ่งสำคัญคือการสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองที่เคารพสิทธิและเสียงของประชาชน ต้องไม่มีการใช้กลไกอำนาจรัฐในการปิดกั้นความเห็นต่าง”
ข้อสรุปจากผลสำรวจ
ผลสำรวจครั้งนี้มีกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,500 คน จากทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ดำเนินการระหว่างวันที่ 1-10 มีนาคม 2568 โดยมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกินร้อยละ 3 ที่ระดับความเชื่อมั่นร้อยละ 95 ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในประเด็นสิทธิเสรีภาพและการกระจายอำนาจ อย่างไรก็ตาม ยังมีประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่ไม่แน่ใจหรือไม่เห็นด้วย ซึ่งรัฐบาลและฝ่ายที่เกี่ยวข้องควรนำข้อกังวลเหล่านี้มาพิจารณาเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างรอบด้านและตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง



