ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลได้ตั้งคณะกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการต่อไป
รายละเอียดคำร้อง
กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2568 โดยระบุว่าพรรคก้าวไกลมีการกระทำที่เข้าข่ายตามมาตรา 92 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งกำหนดให้ยุบพรรคที่กระทำการล้มล้างการปกครอง การกระทำดังกล่าวรวมถึงการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และการชุมนุมทางการเมืองที่อาจกระทบต่อความมั่นคง
มติศาลรัฐธรรมนูญ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องมีหลักฐานเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณา และได้แต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวนจำนวน 5 คน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนข้อเท็จจริง โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 30 วันในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่าพรรคพร้อมที่จะชี้แจงข้อกล่าวหาต่อศาล และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่เป็นการใช้สิทธิทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย พร้อมทั้งเรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ส่งผลให้พรรคก้าวไกลต้องระงับการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองบางส่วน และอาจนำไปสู่การยุบพรรคหากศาลมีคำพิพากษาในที่สุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่อาจต้องพ้นจากตำแหน่งและถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 10 ปี
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังมีคำสั่งให้พรรคก้าวไกลส่งเอกสารและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 15 วัน ขณะที่ประชาชนและนักวิชาการต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของคดีนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีที่มีผลกระทบต่อการเมืองไทยในวงกว้าง



