ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดวันแถลงด้วยวาจาและวินิจฉัยคดีสถานภาพของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 8 ตุลาคม 2567 เวลา 09.30 น. หลังรับคำร้องจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน จำนวน 40 คน ที่ขอให้วินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐาสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสอง ประกอบมาตรา 160 (4) หรือไม่
รายละเอียดคำร้อง
คำร้องดังกล่าวอ้างว่านายเศรษฐาได้กระทำการอันเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ส่วนตนและส่วนรวม โดยการแต่งตั้งนายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชน
ข้อกล่าวหาหลัก
- การแต่งตั้งนายพิชิต ซึ่งเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาให้จำคุก 6 เดือน โดยรอลงอาญา 2 ปี ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- การที่นายพิชิตขาดคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งกำหนดให้รัฐมนตรีต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันเกิดจากประมาท
กระบวนการพิจารณาของศาล
ศาลรัฐธรรมนูญได้รับคำร้องไว้พิจารณาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 และได้มีคำสั่งให้นายเศรษฐาหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2567 เป็นต้นมา โดยให้เหตุผลว่าคำร้องมีมูลเพียงพอที่จะรับไว้พิจารณา
ในการนัดฟังคำวินิจฉัยครั้งนี้ ศาลจะเปิดโอกาสให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายแถลงด้วยวาจา ก่อนที่ตุลาการจะลงมติชี้ขาดว่าสถานภาพของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงหรือไม่
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หากศาลวินิจฉัยว่าความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐาสิ้นสุดลง จะส่งผลให้คณะรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง และต้องมีการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยกระบวนการตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองในระยะสั้น
ในทางกลับกัน หากศาลวินิจฉัยว่านายเศรษฐายังคงดำรงตำแหน่งต่อไป ก็จะสามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ ซึ่งจะช่วยลดความตึงเครียดทางการเมืองและส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ฝ่ายค้านแสดงความเชื่อมั่นว่าคำร้องมีหลักฐานเพียงพอที่จะทำให้ศาลวินิจฉัยว่านายเศรษฐาขาดคุณสมบัติ ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าการแต่งตั้งนายพิชิตเป็นไปตามกฎหมายและไม่มีความผิด
ประชาชนและนักวิเคราะห์ต่างจับตาการตัดสินของศาลในครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากผลลัพธ์จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและทิศทางการเมืองไทยในอนาคต
ศาลรัฐธรรมนูญได้ขอให้ทุกฝ่ายเคารพในคำวินิจฉัยของศาล และขอให้ประชาชนติดตามการถ่ายทอดสดการแถลงคำวินิจฉัยทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ



