นครินทร์ เปิดใจบทเรียน 28 ปีศาลรัฐธรรมนูญ ปลุกพลัง Active Citizen ประชาชนต้องกล้าฟ้องศาล
นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้เปิดใจถึงบทเรียนตลอดระยะเวลา 28 ปีของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับเน้นย้ำแนวคิด "Active Citizen" หรือพลเมืองตื่นตัว ที่ประชาชนต้องมีความรู้และกล้าหาญในการยื่นคำร้องต่อศาลด้วยตนเองเมื่อพบเห็นความไม่ถูกต้อง โดยไม่ใช่เพียงแค่การเขียนบัตรสนเท่ห์เท่านั้น
ศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชนที่กระบี่
ในการบรรยายพิเศษปิดโครงการ "ศาลรัฐธรรมนูญพบสื่อมวลชน" ที่จังหวัดกระบี่ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้กล่าวถึงความจำเป็นที่ศาลและสื่อมวลชนต้องปรับตัวเข้าหากันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป เขาย้ำว่าศาลจะสามารถทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีคดียื่นเข้ามาตามองค์ประกอบทางกฎหมายเท่านั้น และผลตัดสินจะมีเพียง "ถูกหรือผิด" โดยไม่มีทางเลือกสายกลางใดๆ
โฆษกศาลรัฐธรรมนูญยังไม่มีใครกล้ารับหน้าที่
นายนครินทร์ยังได้เปิดเผยถึงความพยายามในการตั้ง "โฆษกศาล" ที่ยังไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากยังไม่มีบุคคลใดกล้าพอที่จะมารับหน้าที่ดังกล่าว ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงสูงต่อการสร้างประเด็นตอบโต้หรือชวนให้เกิดการทะเลาะวิวาทกับสังคม เขามองว่าตุลาการไม่ควรลงมาแถลงข่าวด้วยตนเอง
ส่วนการวิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินของศาลนั้นสามารถทำได้ แต่ต้องกระทำอย่างสุภาพและอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายละเมิดอำนาจศาล
บทเรียนจากคดีซุกหุ้นปี 2540
ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้อนถึงบทเรียนความผิดพลาดในอดีต โดยยกกรณี คดีซุกหุ้นปี 2540 ซึ่งมีมติ 4:4:7 ว่าเป็นช่วงเวลาที่ความเชื่อมั่นของศาลตกต่ำที่สุด เนื่องจากการนับคะแนนมติที่ผิดพลาด เขากล่าวว่าคดีนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญขององค์กรที่ยังคงส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน
นายนครินทร์เน้นย้ำว่า ศาลรัฐธรรมนูญต้องทำงานบนพื้นฐานของความโปร่งใสและความถูกต้องตามกฎหมาย โดยประชาชนมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมกระบวนการดังกล่าวผ่านการเป็นพลเมืองตื่นตัวที่กล้ายื่นคำร้องเมื่อพบเห็นข้อผิดพลาด



