นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ 'ไปให้สุด หยุดที่ เจมส์ อนุชา' ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2569 เพื่อยืนยันความเชื่อมั่นในตัวนายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 โดยระบุว่านายอนุชามีคุณสมบัติครบถ้วนที่กรุงเทพมหานครต้องการ ทั้งความเข้าใจปัญหาท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งและความสามารถในการแก้ปัญหาได้ตรงจุด
คุณสมบัติ 'หาเงินเป็น ใช้เงินโปร่งใส'
นางทยาเน้นย้ำถึงคุณสมบัติสำคัญของนายอนุชา โดยเฉพาะในฐานะนักการเงินมืออาชีพที่มีประสบการณ์การแก้ปัญหาการเงินในองค์กรใหญ่มาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการบริหารงบประมาณกรุงเทพมหานครที่มีมูลค่ามหาศาลระดับแสนล้านบาท 'พี่เจมส์คือผู้ที่หาเงินได้ ใช้เงินเป็น และใช้เงินอย่างโปร่งใส และเป็นผู้ที่มีทักษะการประสานงานสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายร่วมกับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และหน่วยงานต่าง ๆ' นางทยากล่าว
ในประเด็นความสุจริต นางทยาให้คะแนนเป็นข้อที่สำคัญที่สุดว่า ความเป็นเลือดประชาธิปัตย์ที่ฝังอยู่ในตัวนายอนุชาและทีมงาน คือหลักประกันความโปร่งใส โดยเชื่อมั่นว่าหากนายอนุชาได้เข้าไปทำงาน ระบบการตรวจสอบจะมีความชัดเจนและเข้มงวด โดยเฉพาะการป้องกันปัญหาการทุจริตในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์จะถูกนำไปใช้ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด
อัญชลี ลั่นถึงเวลาล้มระบบอากง
นางสาวอัญชลี ไพรีรักษ์ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ 'เมืองฟ้าอมร Talk & Fest ไปให้สุดหยุดที่ เจมส์ อนุชา' ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อประกาศจุดยืนสนับสนุนนายอนุชา พร้อมปลุกพลังประชาชนให้ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์ 'พลิกโผ' ในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง
นางสาวอัญชลีย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์มีกระบวนการคัดกรองผู้สมัครที่เข้มข้น และนายอนุชาคือผู้ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความเหมาะสม คู่ควร และสง่างาม อีกทั้งยังไม่ต้องตั้งคำถามถึงความซื่อสัตย์สุจริต เนื่องจากพรรคยึดมั่นในหลักการนี้เป็นที่ตั้งมาโดยตลอด นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) จากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้เป็นกลไกสำคัญในการทำงานใกล้ชิดและเป็นที่พึ่งพิงของประชาชนในทุกเขต
ในช่วงหนึ่งของการปราศรัย นางสาวอัญชลีสะท้อนถึงการบริหารงาน กทม. ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยตั้งคำถามถึงผู้มีอิทธิพลเบื้องหลัง หรือที่เรียกว่า 'ระบบอากง' ซึ่งมีบทบาทในการบริหารงบประมาณมหาศาลระดับแสนล้านบาทต่อปี พร้อมกันนี้ยังพาดพิงถึงอดีตผู้บริหาร กทม. โดยระบุว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์
เปิดพรมกวาดขยะ สู่ชัยชนะ
นางสาวอัญชลีเรียกร้องให้ประชาชนเลือกนายอนุชา เพื่อให้เข้าไปทำหน้าที่ 'เปิดพรม' และจัดการกับปัญหาที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมตลอดหลายปีที่ผ่านมา พร้อมปลุกเร้าให้ทุกคนทำหน้าที่เป็น 'มดงาน' ช่วยกันรณรงค์ผ่านเครือข่ายครอบครัวและสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อนำพานายอนุชาและทีม ส.ก. พรรคประชาธิปัตย์ ไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งนี้ โดยทิ้งท้ายอย่างหนักแน่นว่า 'สุจริตจะเป็นเกราะคุ้มกันภัย และพานายอนุชา เบอร์ 5 ไปสู่เส้นชัยอย่างแน่นอน' นางสาวอัญชลีกล่าว



