วันที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ศูนย์จัดแสดงสินค้า อิมแพค เมืองทองธานี นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยภายหลังการเยี่ยมชมงาน OTOP Midyear 2026 ว่า ภาพรวมการจัดงานได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เกินกว่าที่คาดไว้ โดยล่าสุดมียอดจำหน่ายภายในงานอยู่ที่ประมาณ 700 ล้านบาท แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังชะลอตัว แต่โครงการไทยช่วยไทยพลัส มีส่วนช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของประชาชนได้เป็นอย่างดี
OTOP Midyear 2026 ยอดขายทะลุ 700 ล้านบาท
นายพลพีร์ กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับเครื่องหมายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ก็ยังได้รับโอกาสเข้าร่วมงาน และได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าผลตอบรับของงานปีนี้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยการคัดเลือกร้านค้าที่เข้าร่วมงาน จะเน้นสินค้าระดับ 3 ดาวขึ้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากทั่วประเทศได้นำสินค้าคุณภาพมาจำหน่ายและสร้างรายได้
นัดถก “เอกนัฏ-กฟภ. - กฟน.” พรุ่งนี้ แนวทางจัดสรรงบดูแลไฟสาธารณะ - ไฟถนน
นอกจากนี้นายพลพีร์ ยังเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (28 มิ.ย.) จะหารือร่วมกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เพื่อหาแนวทางจัดสรรงบประมาณวงเงินประมาณ 20,000 ล้านบาท สำหรับดูแลระบบไฟฟ้าสาธารณะและไฟส่องสว่างบนถนน ทั้งนี้ จะพิจารณาว่างบประมาณหรือรายได้ส่วนใดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำมารับผิดชอบได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ก่อนนำข้อสรุปเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยหลังกลับจากประเทศฝรั่งเศส เพื่อพิจารณาเรื่องนี้
บริษัทเข้าข่ายนอมินี พุ่ง 400 บริษัท เตรียมคุย กมธ.จับมือสางปัญหา
นายพลพีร์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการปราบปรามผู้มีอิทธิพล รุกที่สาธารณะ และนอมินี ใน จ.ภูเก็ต ว่า ทราบว่าคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร 3-4 คณะ ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ และก่อนหน้านั้นตน และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกันในเรื่องดังกล่าว พบว่ามีความคืบหน้าไปด้วยดี ซึ่งยอมรับว่า มีบางเรื่องยังตะหงิดใจ เรื่องการออกเอกสารสิทธิ์ สค.1 ที่ขอออกไว้ 5 ไร่ แต่ไปปรากฏที่จุดอื่นเป็น 8 ไร่ หรือบางพื้นที่เป็นที่ ส.ป.ก. หรือของป่าไม้
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ขณะที่บางแปลงเป็นที่ของป่าไม้ แต่อีกฝั่งเป็นที่ ส.ป.ก.กลับออกเอกสารสิทธิ์ได้ จึงได้บอกอธิบดีกรมที่ดินต้องสอบทั้งหมดและย้อนหลังด้วย ว่าออกเอกสารมาตั้งแต่สมัยใครและออกมาได้อย่างไร และบางแปลงยังอยู่ในขั้นตอนของศาล เพราะจะไปเพิกถอนแต่ผู้ถือครองไม่ยอม โดยอีก 1-2 สัปดาห์ จะลงพื้นที่ไปตรวจสอบอีกครั้ง
นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ในส่วนความคืบหน้าการปราบปรามนอมินีภูเก็ต ตัวเลขเพิ่มขึ้นจาก 316 บริษัท โดยเร่งสแกนกว่า 10,000 บริษัท ขณะนี้คาดว่าตัวเลขจะมากกว่า 400 บริษัท โดยตรวจสอบว่าประกอบธุรกิจอะไร และมีความเชื่อมโยงกับคนไทยที่เข้าไปช่วยเหลือจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลหรือไม่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงพาณิชย์ ทำงานอย่างใกล้ชิด ในการตรวจสอบหากพบมีความผิดจะดำเนินการตามอำนาจกรมที่ดิน ให้บังคับจำหน่ายหลังจากนั้นจะดำเนินคดีอาญาและแพ่งตามมาด้วย
นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า ขอเรียนประชาชนว่าให้รอสักนิดเราทำตัวเป็นศาลเตี้ยไม่ได้ แม้รู้ว่าผิดแต่ต้องไปดูที่ต้นตอว่าคืออะไร ใครปล่อยให้ทำธุรกิจโดยผิดกฎหมาย เป็นหน้าที่ของพวกตนที่ต้องสาวลงลึก ยืนยันว่าจะไปปรับให้ทุกอย่างถูกต้องอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการฯ รายงานว่า ผู้ประกอบการภูเก็ต 30-40% อาจทำผิดกฎหมายจึงเกิดคำถามว่า อาจจะผิดคืออะไรคือไม่มีใบอนุญาตใช่หรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้น คนที่ปกครองภูเก็ตปล่อยให้ร้านดำเนินการจนทำผิดกฎหมายได้อย่างไร และแปลว่าเราเอื้อให้คนไปขูดรีดกับประชาชน เอื้อให้คนมาเก็บส่วยหรือไม่ เอื้อให้กับคนในพื้นที่ที่เรียกตัวเองว่าเป็นโกนั้นโกนี้ เป็นกุ๊ย บางคนเป็นผู้มีอิทธิพลดูแลเพื่อสานต่อ อย่างนี้ไม่ได้ เมื่อเห็นร้านค้าอยู่ในโซนที่ไม่ควรเปิดและไม่ได้รับอนุญาตไม่ควรให้ทำต่อ มิฉะนั้นคนที่ได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจะทำอย่างไร เมื่อมาถึงจุดหนึ่งผู้ประกอบการที่ผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กฎหมายต้องไปตามแก้ให้คนที่ทำผิดเป็นคนที่ถูกกฎหมายอย่างนั้นหรือ แบบนี้กฎบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร
ดังนั้น จุดเริ่มต้นต้องชัดเจนก่อน ใครทำผิดกฎหมายตั้งแต่ผู้ว่าฯลงไป ต้องไม่ปล่อยให้ถึงขณะนี้ ซึ่งคณะกรรมาธิการที่ลงไปจะสรุปตัวเลขขึ้นมา แล้วจะเชิญคณะกรรมาธิการมานั่งพูดคุยกันว่าไปเจอปัญหาอะไรเพื่อหาทางออกร่วมกันให้ผู้ประกอบการ ถ้าทำผิดกันครึ่งเกาะแบบนี้ แล้วให้ข้าราชการตามไปปิด หมดทั้งเกาะ ภูเก็ตจะไม่ใช่ภูเก็ตอีกต่อไป แล้วเดินหน้าเศรษฐกิจไม่ได้ จึงต้องหาทางช่วยผู้ประกอบการให้มาอยู่ภายใต้กฎหมายให้ได้



