ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92
รายละเอียดคำร้องและกำหนดการไต่สวน
คำร้องของ กกต. ระบุว่าพรรคก้าวไกลดำเนินการในลักษณะที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเฉพาะการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งถือเป็นการกระทำที่มุ่งล้มล้างการปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนครั้งแรกในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 เวลา 09.30 น. โดยให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
ผลกระทบต่อพรรคก้าวไกลและอนาคตทางการเมือง
หากศาลมีคำสั่งยุบพรรคก้าวไกล คณะกรรมการบริหารพรรคจะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ตามมาตรา 94 ของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง นอกจากนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคจะต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่นภายใน 60 วัน มิฉะนั้นจะพ้นสภาพ ส.ส. ซึ่งอาจส่งผลต่อสมดุลอำนาจในสภา โดยเฉพาะเสียงของฝ่ายค้าน
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกลและนักวิชาการ
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า “พรรคพร้อมต่อสู้คดีด้วยข้อเท็จจริงและหลักฐานทางกฎหมาย การเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นกระบวนการทางนิติบัญญัติที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่การล้มล้างการปกครอง” ด้านนักวิชาการด้านกฎหมายมหาชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่าคำร้องนี้มีนัยสำคัญต่อบรรทัดฐานการตีความ “ล้มล้างการปกครอง” ซึ่งอาจกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงออกของพรรคการเมือง



