รัฐบาลเคลื่อนไหวฉับไว! สั่งกวาดล้างผู้กักตุนน้ำมันทั่วประเทศหลังพบคลังลับในอ่างทอง
ในวันนี้ (20 มีนาคม 2569) เวลา 15.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาเปิดเผยถึงกรณีการตรวจพบคลังกักตุนน้ำมันขนาดใหญ่ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งมีปริมาณมากกว่า 330,000 ลิตร โดยระบุว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบเพื่อตามหาตัวเจ้าของคลังน้ำมันดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
คำสั่งด่วนจากผู้นำ! ตั้งชุดเฉพาะกิจไล่ตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศ
เมื่อมีผู้สื่อข่าวสอบถามว่า รัฐบาลจะมีการดำเนินการอย่างจริงจังกับผู้กักตุนน้ำมันหรือไม่ นายพิพัฒน์ไม่ได้ตอบคำถามด้วยวาจา แต่กลับยก "นิ้วโป้ง" ให้กับสื่อมวลชนแทน ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นและความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในเรื่องนี้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ นายพิพัฒน์ยังได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีคำสั่งให้จัดตั้งคณะทำงานชุดเฉพาะกิจขึ้นมาโดยทันที เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันทั่วประเทศอย่างละเอียดถี่ถ้วน
กระทรวงพลังงานจับตาสถานการณ์ใกล้ชิด พร้อมดำเนินคดีทางกฎหมายเต็มที่
ในขณะเดียวกัน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ก็ได้สั่งการด่วนให้พลังงานจังหวัด (พนจ.) ทั่วประเทศลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของสถานีบริการน้ำมันและสถานที่เก็บน้ำมันที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงพลังงานทุกแห่งอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับให้รายงานผลการตรวจสอบการกักตุนน้ำมันอย่างต่อเนื่อง
นายอรรถพลได้กล่าวถึงกรณีการตรวจพบการกักตุนน้ำมันในจังหวัดอ่างทองว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายกักตุนหรือไม่ โดยเบื้องต้นพบความผิดฐานไม่รายงานใบกำกับการขนส่ง รวมถึงการจำหน่ายน้ำมันในราคาสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
"หากผลการตรวจสอบออกมาอย่างไร และสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้ กระทรวงพลังงานและกระทรวงพาณิชย์จะร่วมดำเนินการอย่างเต็มที่ในการลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง" นายอรรถพลกล่าวอย่างหนักแน่น
ความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานยังได้ย้ำถึงมาตรการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยระบุว่า "ผมได้สั่งการให้พลังงานจังหวัดทั่วประเทศติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานผลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการดำเนินการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์จังหวัด และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อไม่ให้มีการกักตุน หรือการจำหน่ายในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งกระทรวงพลังงานจะยังคงเกาะติดสถานการณ์เช่นนี้ไปจนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค"
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจอย่างแน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาการกักตุนน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาและความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงจากวิกฤตพลังงานในระดับโลก



