ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้ยุบพรรคก้าวไกล เนื่องจากมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลได้กำหนดให้พรรคก้าวไกลยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับสำเนาคำร้อง
ที่มาของคดี
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งว่าด้วยความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ โดย กกต. เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้ยุบพรรค
ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล
ทางพรรคก้าวไกลได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าการเสนอแก้ไขมาตรา 112 เป็นไปตามกระบวนการประชาธิปไตย และไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง พร้อมเตรียมยื่นคำชี้แจงต่อศาลภายในเวลาที่กำหนด
ผลกระทบทางการเมือง
การรับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนทางการเมืองในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและต่างประเทศต่อระบบการเมืองไทย
- พรรคก้าวไกลอาจถูกยุบหากศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดจริง
- กรรมการบริหารพรรคอาจถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
- สมาชิกพรรคอาจต้องย้ายไปสังกัดพรรคอื่น
ปฏิกิริยาจากประชาชน
กลุ่มผู้สนับสนุนพรรคก้าวไกลได้รวมตัวกันที่หน้าศาลรัฐธรรมนูญเพื่อแสดงพลังต่อต้านคำวินิจฉัยดังกล่าว ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งสนับสนุนการดำเนินคดีก็ได้ออกมาแสดงความเห็นว่าการกระทำของพรรคก้าวไกลเป็นการละเมิดกฎหมายและควรถูกลงโทษ
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญยังคงดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป โดยคาดว่าจะมีคำวินิจฉัยในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า



